⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3343/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3343/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 284 และการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 318 ต้องมีการกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยใช้อุบาย หรือโดยขู่เข็ญ หรือโดยใช้อำนาจครอบงำ หรือโดยการใช้วิธีอื่นใดอันไม่สมแก่เหตุอันควร และต้องมีเจตนาเพื่อการอนาจาร.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อเป็นภรรยา ผู้เสียหายเต็มใจไปด้วยมิได้ใช้กำลังบังคับพาไปโดยผู้เสียหายกับจำเลยเคยอยู่กินฉัน สามีภรรยามาก่อน จำเลยมิได้มีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้เสียหายจะเป็นหญิงผู้เยาว์อายุ 17 ปี ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดต่ออำนาจปกครองของมารดา การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้กำลังประทุษร้ายและพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 284 และมาตรา 318.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.284 ประมวลกฎหมายอาญา ม.318

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กับพวกอีก 1 คน ร่วมกันพานางสาวเรไรประสมทรัพย์ ไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้กำลังฉุดกระชากนางสาวเรไรจนอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และพรากนางสาวเรไรซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุ 17 ปี ไปเสียจากนางบุญชู ประสมทรัพย์ มารดาผู้ปกครองดูแลเพื่ออนาจาร โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย จำเลยที่ 4 ได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวเรไรซึ่งมิใช่ภรรยาของจำเลยที่ 4 จนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 284, 318,83, 91 จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 318 วรรคสาม, 83, 91 ให้ลงโทษจำเลยฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284จำคุกคนละ 1 ปี ฐานพรากผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา318 วรรคสาม จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4คนละ 4 ปี ส่วนข้อหาอื่น และจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 และ 318 เสียด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในชั้นนี้ว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ร่วมกันพานางสาวเรไร ประสมทรัพย์ผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายและพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุ 17 ปี ไปเสียจากมารดาผู้ปกครองดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยตามฟ้องหรือไม่...ข้อเท็จจริงมีเหตุผลอันควรเชื่อว่า จำเลยที่ 4 พาผู้เสียหายไปในครั้งนี้เพื่อเป็นภรรยา ผู้เสียหายเต็มใจไปด้วย มิใช่ใช้กำลังบังคับพาไปโดยผู้เสียหายกับจำเลยที่ 4 เคยอยู่กินฉันสามีภรรยามาก่อน จำเลยที่ 4 มิได้มีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้เสียหายจะเป็นผู้เยาว์ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดต่ออำนาจปกครองของมารดาแต่อย่างใดการกระทำของจำเลยที่ 4 ไม่เป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายและพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามฟ้อง และพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2ที่ 3 พาผู้เสียหายไปเพื่ออนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายและพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเสียจากมารดาผู้ปกครองดูแลโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3343/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด อ่างทอง โจทก์ นาย อุด ม หรือ ตึ๋ง รุ่ง แจ้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อ่างทอง · จำเลย - นาย อุด ม หรือ ตึ๋ง รุ่ง แจ้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1927/2515ฎีกา 3718/2547ฎีกา 1203/2482ฎีกา 1357/2545ฎีกา 3849/2533ฎีกา 1514/2532ฎีกา 5165/2548ฎีกา 2375/2541ฎีกา 977/2514ฎีกา 3997/2526ฎีกา 119/2517ฎีกา 51/2517ฎีกา 1974/2539ฎีกา 975/2508ฎีกา 110/2505ฎีกา 179/2465ฎีกา 932/2555ฎีกา 1313/2558ฎีกา 1111/2519ฎีกา 264/2484ฎีกา 3095/2526ฎีกา 5844/2552ฎีกา 1062/2484ฎีกา 8463/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ