⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2149/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2149/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอาจสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาได้โดยไม่ต้องไต่สวน หากเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรหรือไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองมาใช้

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 255 วรรคแรกเป็นบทบัญญัติบังคับไว้ว่า ศาลจะสั่งอนุญาตตามคำร้องขอโดยไม่ไต่สวนฟังข้อเท็จจริงให้ได้ความตามอนุมาตรา (1) (2)ของมาตรา 255 เสียก่อนไม่ได้ ส่วนในกรณีที่ศาลพิเคราะห์คำร้องแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุสมควรก็ดี ไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามคำขอมาใช้ก็ดี ศาลย่อมมีอำนาจสั่งยกคำร้องเสียได้โดยหาจำต้องไต่สวนฟังพยานผู้ร้องขอเสียก่อนไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองเหนือที่ดินพิพาทห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าเป็นที่ของจำเลย ขอให้ห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง เป็นกรณีที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการครอบครองที่พิพาทคู่ความยังโต้แย้งฟ้องและฟ้องแย้งขอบังคับมิให้อีกฝ่ายหนึ่งเกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างสืบพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนี้อยู่ จึงยังไม่มีเหตุสมควร และไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามคำขอของโจทก์ ที่ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการครอบครองของโจทก์อ้างว่าเป็นการกระทำซ้ำในเรื่องที่ถูกฟ้องไว้ก่อนมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 254 มาใช้ ศาลชอบที่จะสั่งยกคำร้องของโจทก์เสียได้โดยไม่จำต้องไต่สวนพยานของโจทก์ก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.255 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลคดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินที่ตำบลสูงเนินฯ เนื้อที่ประมาณ ๒๒ ไร่ โจทก์ร้องขอผ่อนผันการแจ้งการครอบครอง จำเลยคัดค้าน ขอให้พิพากษาว่าที่ดินเป็นสิทธิของโจทก์ให้จำเลยถอนคำคัดค้านและห้ามเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าเป็นที่ของจำเลย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินเป็นของจำเลย ให้ส่งเจ้าพนักงานออกหนังสือสำคัญให้จำเลยและห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทตลอดมา เมื่อฟ้องคดีนี้แล้วจำเลยและบริวารขัดขวางทำลายพืชไร่ในที่พิพาท และแจ้งจับโจทก์ในข้อหาบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ และต่อมายังแจ้งจับโจทก์และบริวารอีก พนักงานสอบสวนจับคนขับและเจ้าของรถไถที่โจทก์จ้างไถที่พิพาท เป็นการกระทำซ้ำในเรื่องที่ถูกฟ้อง คดีอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน หากจะรอจนศาลมีคำพิพากษาจะเป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบ เสียหาย ขาดประโยชน์ที่ควรได้ จึงขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการครอบครองของโจทก์ไว้ก่อนมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๕๔ จำเลยแถลงว่า ที่พิพาทจำเลยครอบครองอยู่ตามคำให้การขอคัดค้านคำร้อง ส่วนโจทก์แถลงขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่ง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดียังโต้เถียงข้อเท็จจริงกันเป็นประเด็นในคดีว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาท และอยู่ระหว่างพิจารณาสืบพยานในข้อนี้ คำฟ้องที่ผู้ขอยื่นและในโอกาสที่ยื่นคำขอไม่มีเหตุสมควร ไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามคำขอมาใช้ได้ มีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์โดยมิได้ทำการไต่สวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ปัญหาตามคำร้องของโจทก์เป็นเรื่องข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นควรจะได้ทำการไต่สวนก่อนว่าความจริงเป็นอย่างไร มิฉะนั้นก็มิอาจทราบได้ว่าคดีมีเหตุสมควรและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่ขอมาใช้ได้หรือไม่ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนพยานโจทก์ตามคำร้อง แล้วมีคำสั่งใหม่ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปัญหาว่า ก่อนศาลจะมีคำสั่งคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๔ จำเป็นจะต้องทำการไต่สวนฟังพยานหลักฐานของผู้ร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๕ เสียก่อนทุกกรณีหรือไม่ ตามมาตรา ๒๕๕ วรรคแรกเห็นได้ว่าเป็นบทบัญญัติบังคับไว้ว่า ศาลจะสั่งอนุญาตตามคำร้องขอโดยไม่ไต่สวนฟังข้อเท็จจริงให้ได้ความตามอนุมาตรา (๑)(๒) ของมาตรา ๒๕๕เสียก่อนนั้นไม่ได้ ส่วนในกรณีที่ศาลพิเคราะห์คำร้องแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุสมควรก็ดี ไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามคำขอมาใช้ก็ดี ศาลย่อมมีอำนาจสั่งยกคำร้องเสียได้โดยหาจำต้องไต่สวนฟังพยานผู้ร้องขอเสียก่อนไม่ กรณีตามคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการครอบครองที่พิพาท คู่ความยังโต้แย้งฟ้องและฟ้องแย้งขอบังคับมิให้อีกฝ่ายหนึ่งเกี่ยวข้องและอยู่ระหว่างสืบพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนี้อยู่ จึงยังไม่มีเหตุสมควรและไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามคำขอของโจทก์มาใช้ พิพากษากลับ เป็นให้ยกคำร้องของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2149/2516 นายอำนวย ทิพย์อาภรณ์ โจทก์ บริษัทแหลมทองอุตสาหกรรม จำกัด ที่ 1 นายธวัช สุภัทรวณิชย์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอำนวย ทิพย์อาภรณ์ · จำเลย - บริษัทแหลมทองอุตสาหกรรม จำกัด ที่ 1 นายธวัช สุภัทรวณิชย์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · ดวง ดีวาจิน · กฤษณ์ โสภิตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ ไพเราะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 4703/2550ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 3801/2536ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 2938/2519ฎีกา 952/2539ฎีกา 5393/2540ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา