คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2151-2152/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ แม้จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น หากผู้กระทำเชื่อโดยสุจริตว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้กระทำไปเพื่อกลั่นแกล้งผู้นั้น ผู้กระทำไม่ต้องรับผิด แต่ผู้เสียหายอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้มีอำนาจสั่งการได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกได้ทำทำนบปิดกั้นน้ำเพื่อให้ราษฎรมีน้ำใช้ในการทำนา โดยได้รับคำสั่งจากนายอำเภอให้ทำ ซึ่งจำเลยกับพวกได้กระทำไปโดยสุจริต เชื่อว่าเป็นคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกได้กระทำไปเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์เมื่อทำทำนบแล้ว น้ำได้ท่วมข้าวในนาของโจทก์เสียหาย ดังนี้จำเลยหาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 449 แต่โจทก์อาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลผู้ให้คำสั่งโดยละเมิดนั้นได้ตามบทบัญญัติในมาตราดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันปิดทำทำนบปิดลำห้วยอูน ทำให้น้ำท่วมนาโจทก์เสียหาย จึงขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายและทำลายทำนบนั้นเสีย
จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ได้ทำทำนบปิดกั้นลำน้ำอูนจริงแต่ได้กระทำไปด้วยความเห็นชอบของชาวบ้านและนายอำเภอแล้ว โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจากการปิดลำห้วยอูนแต่อย่างใด นาโจทก์เป็นที่ลุ่มเมื่อฝนตกหนักจึงท่วมนาโจทก์ตามธรรมชาติ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันทำลายทำนบน้ำอูนที่ทำขึ้นและให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกับพวกได้กระทำไปตามคำสั่งของนายอำเภอโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จะเกิดความเสียหายแก่นาโจทก์จำเลยก็หาต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ข้าวในนาของโจทก์ถูกน้ำท่วมเนื่องมาจากจำเลยทำทำนบกั้นน้ำ
ประเด็นที่ว่า จำเลยจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในปีนั้นฝนแล้วขาดน้ำ ทางจังหวัดสั่งให้พิจารณาจัดหาที่กักน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎร จึงได้หารือในที่ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ประชุมเห็นชอบ นายอำเภอจึงสั่งให้ปลัดอำเภอกับพัฒนากรไปสำรวจข้อเท็จจริงว่า ถ้าสร้างทำนบขึ้น ผลได้ผลเสียอะไรจะมาก ปรากฏว่าถ้าทำทำนบขึ้นจะมีผลเสียเพียงร้อยละห้า และยังมีทางบรรเทาความเสียหายได้ จึงสั่งให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ควบคุมการสร้างทำนบ เมื่อทำทำนบเสร็จทางอำเภอได้ตั้งเงินอุดหนุนเพื่อบำรุงรักษาด้วย ได้ความดังนี้ พอฟังได้ว่าจำเลยทุกคนกับพวกได้กระทำไปตามคำสั่งของนายอำเภอ แต่การที่นายอำเภอได้สั่งให้จำเลยกับพวกจัดสร้างทำนบขึ้นนี้ จะเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่านายอำเภอมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎรตามกฎหมาย การที่นายอำเภอสั่งให้จัดสร้างทำนบขึ้นเพราะปีนั้นฝนแล้งไม่มีน้ำใช้ในการทำนา ราษฎรเดือดร้อนเมื่อทำทำนบปิดกั้นน้ำแล้ว เมื่อฝนตกก็จะมีน้ำใช้เป็นประโยชน์แก่ราษฎรส่วนใหญ่ในการทำนา การที่จำเลยที่ ๑ กับพวกได้กระทำไปหาเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์แต่ประการใดไม่ จึงพอฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำไปโดยจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่า เป็นคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายแม้จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทุกคนก็หาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๔๙ แต่โจทก์อาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลผู้ให้คำสั่งโดยละเมิดนั้นได้ ตามบทบัญญัติในมาตราที่กล่าวมาแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2151 - 2152/2516
นายออน สอนคะ ที่ 1 นายตู้ สอนคะ ที่ 2 โจทก์
นายจันดา งึ้มชา ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน จำเลย
นายสอ โถดาสา ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน โจทก์
นายจันดา งึ้มชา ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายออน สอนคะ ที่ 1 นายตู้ สอนคะ ที่ 2 · จำเลย - นายจันดา งึ้มชา ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน · โจทก์ - นายสอ โถดาสา ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน · จำเลย - นายจันดา งึ้มชา ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุทัย ศุภนิตย์ · จรัญ อิศระ · วิทูร เทพพิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายทองเลื่อน พูนพิพัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา