⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2405/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยรับชำระหนี้และคืนทรัพย์สินที่จำนำไว้ ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยรับชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยได้ แม้จำเลยจะไม่ได้ฟ้องแย้งเรียกให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยรับเงิน 3,500 บาท ที่โจทก์กู้ไปจากจำเลยและให้จำเลยมอบปืนที่โจทก์จำนำไว้เป็นประกันคืนให้แก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้ชำระเงินยืมคืนภายในกำหนดรวมทั้งดอกเบี้ยจำเลยยอมรับชำระหนี้จากโจทก์แต่ขอคิดค่าดอกเบี้ยด้วย ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษาตามคำขอของโจทก์ให้จำเลยรับชำระเงิน 3,500บาท รวมทั้งดอกเบี้ยที่โจทก์จะต้องรับผิดด้วยได้ แม้จำเลยจะไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ใช้ดอกเบี้ยก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.748 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.758

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ให้นางพานทองภรรยาโจทก์ไปยืมเงินจากจำเลยที่ 1 จำนวน 3,500 บาท และมอบปืนพกรีวอลเวอร์ของโจทก์ให้จำเลยที่ 1 ไว้เป็นประกันต่อมาโจทก์ขอชำระหนี้และขอปืนคืน จำเลยที่ 1 ว่าได้เอาปืนไปจำนำไว้กับจำเลยที่ 2 โจทก์จึงมีหนังสือถึงจำเลยทั้งสองขอชำระหนี้และรับปืนคืน จำเลยทั้งสองปฏิเสธ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองรับเงิน 3,500 บาทแล้วมอบปืนคืนให้โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ภรรยาโจทก์ได้ยืมเงินจำเลยที่ 2 ไป3,500 บาท และมอบปืนไว้เป็นประกันจริง ปืนจะเป็นของโจทก์หรือไม่จำเลยที่ 2 ไม่ทราบ นางพานทองให้สัญญาว่าจะใช้เงินที่ยืมคืนภายในเดือนหรือสองเดือน แต่นางพานทองและโจทก์ไม่ได้ชำระเงินยืมและดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ยอมรับชำระหนี้แต่ขอคิดดอกเบี้ยสำหรับต้นเงิน 3,500 บาทในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันกู้ถึงวันให้การเป็นเงิน 2,100 บาท คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงข้อเท็จจริงบางประการแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย พิพากษาว่าให้จำเลยรับชำระเงิน 3,500 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากวันฟ้องย้อนหลังไปห้าปี เมื่อโจทก์ชำระเงินดังกล่าวแล้ว ให้จำเลยคืนปืนให้โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาที่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ในปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้โจทก์เสียดอกเบี้ยให้แก่จำเลยที่ 2 ศาลจึงจะคิดดอกเบี้ยให้จำเลยที่ 2 ด้วยไม่ได้นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์ให้นางพานทองภรรยาโจทก์เอาปืนของโจทก์กระบอกที่พิพาทไปจำนำไว้กับจำเลยเป็นเงิน 3,500 บาท ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเป็นเรื่องการจำนำ และการจำนำนั้นย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้ 3,500 บาท และดอกเบี้ยซึ่งเป็นค่าอุปกรณ์ด้วยตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 748 และผู้รับจำนำชอบที่จะยึดของจำนำไว้ได้ทั้งหมด จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ และค่าดอกเบี้ยซึ่งเป็นค่าอุปกรณ์ครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 758 เมื่อโจทก์ไม่ได้อ้างข้อจำกัดความรับผิดของโจทก์มาให้เป็นประเด็นในฟ้องว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงกันว่าจำเลยไม่คิดดอกเบี้ยจากโจทก์ โจทก์ก็ต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยให้แก่จำเลยด้วย และเมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้ดังกล่าวอยู่ชัดแจ้งแล้วเช่นนี้ โจทก์ย่อมจะขอบังคับให้จำเลยชำระแต่เงินต้น3,500 บาท โดยไม่ยอมรับผิดในเงินดอกเบี้ยด้วยหาได้ไม่ รูปคดีเช่นนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ใช้ดอกเบี้ย ศาลก็พิพากษาตามคำขอของโจทก์ ให้จำเลยชำระเงิน 3,500 บาท รวมทั้งดอกเบี้ยที่โจทก์จะต้องรับผิดด้วยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2516 นายพิศาล วาจนสุนทร โจทก์ นางเลี่ยม หรือเหลี่ยม ไทยกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิศาล วาจนสุนทร · จำเลย - นางเลี่ยม หรือเหลี่ยม ไทยกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ประสาท สุคนธมาน · สมคิด มงคลชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา