⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 241/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองยานพาหนะที่ก่อให้เกิดความเสียหายอันเกิดจากยานพาหนะนั้น ต้องรับผิดในผลแห่งความเสียหาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือความผิดของฝ่ายผู้เสียหาย

ย่อคำพิพากษา

ลูกจ้างของจำเลยนำเรือของจำเลยไปบรรทุกน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันตามที่จำเลยใช้ เมื่อถ่ายน้ำมันเสร็จแล้วลูกจ้างของจำเลยได้แก้เชือกผูกเรือและติดเครื่องยนต์เพื่อจะนำเรือออกจากท่า จึงได้เกิดไฟไหม้ เมื่อน้ำมันเบนซินอยู่ในความครอบครองของลูกจ้างจำเลยและน้ำมันเบนซินเป็นทรัพย์อันเกิดอันตรายได้โดยสภาพ กรณีจึงปรับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคสอง ซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่น้ำมันเบนซินเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนี้เกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของโจทก์เองแต่พยานที่จำเลยนำสืบได้ความแต่เพียงว่า เมื่อลูกจ้างของจำเลยแก้เชือกผูกเรือและติดเครื่องยนต์เรือได้ 5 - 10 นาที ก็เกิดการระเบิดและไฟได้ไหม้ เพียงเท่านี้ยังไม่พอฟังว่าความเสียหายเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่พ้นความรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ครอบครองเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงและเป็นนายจ้าง ลูกจ้างของจำเลยได้นำเรือยนต์ของจำเลยไปจอดที่ท่าเรือของบริษัทซัมมิทเพื่อบรรทุกน้ำมัน การถ่ายน้ำมันได้กระทำโดยประมาทน้ำมันได้กระเซ็นหรือหยดบนเรือกับปากถังน้ำมันเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นต้นเหตุให้ไฟลุกไหม้บนเรือของจำเลย ลูกจ้างของจำเลยได้แก้เชือกที่ผูกเรือของจำเลยออกจากท่าเรือบริษัทซัมมิท แล้วปล่อยให้เรือซึ่งไฟกำลังลุกไหม้ลอยไปตามกระแสน้ำจนไปปะทะกับทุ่นวางท่อยางส่งดินของโจทก์เสียหาย รวมเป็นเงิน ๕๕,๑๐๔ บาท จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ลูกจ้างของบริษัทซัมมิทได้กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้ ไม่ใช่ความผิดของลูกจ้างของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ให้การว่าเป็นเจ้าของเรือ แต่ได้ให้จำเลยที่ ๑ เช่าไปจึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้องส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานทั้งสองฝ่ายแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าลูกจ้างจำเลยที่ ๑ นำเรือวานิชชัยไปบรรทุกน้ำมันเบนซินจากคลังน้ำมันบริษัทซัมมิทตามที่จำเลยที่ ๑ ใช้ เมื่อลูกจ้างบริษัทซัมมิทถ่ายน้ำมันเบนซินบรรจุถังซึ่งบรรทุกอยู่ในเรือวานิชชัยได้รวม ๓๐ ถังแล้ว ลูกจ้างจำเลยที่ ๑ จึงปล่อยเชือกผูกเรือยนต์วานิชชัยให้เรือลอยไป ในที่สุดเรือยนต์วานิชชัยที่ถูกไฟไหม้ลอยปะทะทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่า ก่อนเกิดไฟไหม้นั้น ได้มีการเติมน้ำมันเบนซินบรรจุถังรวม ๓๐ ถังให้ลูกจ้างจำเลยที่ ๑ รับไว้ในครอบครอง และลูกจ้างจำเลยที่ ๑แก้เชือกผูกเรือติดเครื่องยนต์เพื่อจะนำเรือออกจากท่า ฉะนั้น คดีจึงรับฟังได้ว่าขณะเกิดไฟไหม้น้ำมันเบนซินซึ่งอยู่ในเรือนั้นลูกจ้างจำเลยที่ ๑ ได้รับไว้ในครอบครองขาดตอนแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า น้ำมันเบนซินซึ่งลูกจ้างจำเลยที่ ๑ มีไว้ในครอบครองเป็นทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ เพราะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน่ากลัวอันตราย มีไอระเหยอาจลุกเป็นไฟได้เมื่อกระทบความร้อนกรณีจึงปรับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๗ วรรค ๒ซึ่งจำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่น้ำมันเบนซินที่ลูกจ้างจำเลยที่ ๑ ครอบครองเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนี้เกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของโจทก์เอง ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานจำเลยแล้วจำเลยที่ ๑ นำสืบได้ความเพียงว่า เมื่อลูกจ้างจำเลยที่ ๑ แก้เชือกผูกเรือและติดเครื่องยนต์เรือได้ ๕ ถึง ๑๐ นาที ก็เกิดการระเบิดขึ้นและไฟได้ไหม้เพียงเท่านี้ ยังไม่พอฟังว่าความเสียหายเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย จึงไม่มีเหตุที่จำเลยที่ ๑จะพ้นความรับผิด สำหรับความเสียหายนั้น โจทก์นำสืบฟังได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงินดังที่โจทก์ฟ้อง และจำเลยที่ ๑ มิได้นำสืบหักล้าง ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จึงชอบแล้วฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2516 กรมชลประทาน โดยหม่อมหลวงเชิงชาญ กำภู อธิบดี โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุวรรณจารีย์ โดยนายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 นายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมชลประทาน โดยหม่อมหลวงเชิงชาญ กำภู อธิบดี · สุวรรณประทีป - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุวรรณจารีย์ โดยนายสัมพันธ์ · จำเลย - หุ้นส่วนผู้จัดการที่ 1 นายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย · ชลอ จามรมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสีห์ กลายนสูตร · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา