⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2414/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2414/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินของกลางที่ได้จากการกระทำความผิด แม้ผู้เสียหายจะมิได้เป็นเจ้าของ แต่หากเป็นของคนร้ายที่ร่วมกระทำความผิดและต้องใช้คืนแก่ผู้เสียหาย ศาลจะพิพากษาให้คืนแก่ผู้เสียหายไม่ได้ และเงินจำนวนดังกล่าวไม่ถือเป็นค่าสินไหมทดแทนที่ต้องนำไปหักออกจากค่าเสียหายทั้งหมดที่ผู้เสียหายพึงได้รับ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นเอาธนบัตร 4,000 บาทของเจ้าทรัพย์ไปต่อมาจับจำเลยได้และได้ธนบัตรรวม 1,780 บาทจากจำเลยที่ 2เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษและคืนธนบัตร 1,780 บาทของกลางแก่เจ้าทรัพย์และให้จำเลยคืนหรือใช้ธนบัตรอีก 2,220 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าทรัพย์ด้วย เมื่อเงินของกลาง 1,780 บาทนี้ผู้เสียหายมิได้เป็นเจ้าของ แม้จะเป็นของคนร้ายที่ร่วมปล้นซึ่งต้องใช้คืนผู้เสียหายอยู่แล้วการที่จะพิพากษาให้คืนแก่ผู้เสียหายนั้น ย่อมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 49, 50 และเมื่อเงินของกลางนี้ไม่อาจถือว่าเป็นค่าสินไหมทดแทนอันผู้เสียหายจะพึงได้รับด้วยการที่ศาลสั่งคืนให้แล้วก็ย่อมไม่ต้องนำไปหักออกจากจำนวนค่าเสียหายทั้งหมดที่โจทก์คิดคำนวณมาในฟ้อง จำนวนเงิน 1,780 บาทนี้จึงกลับไปรวมอยู่ในจำนวนค่าเสียหาย 4,000 บาทซึ่งโจทก์ฟ้องว่าผู้เสียหายพึงได้รับค่าสินไหมทดแทน ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 4,000 บาท แก่ผู้เสียหายธนบัตรของกลาง 1,780 บาทให้คืนจำเลยที่ 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.49 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.50 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๔ คนมีอาวุธปืนติดตัว ได้ร่วมกันปล้นธนบัตรรวม ๔,๐๐๐ บาทของนายทวี ทองประชุม และนางทัศนีย์ทองประชุมไป ในการปล้นทรัพย์จำเลยกับพวกได้ใช้กำลังกายและอาวุธปืนทุบตีบังคับขู่เข็ญให้เจ้าทรัพย์และนางสาวฉวี ทองประชุม พวกเจ้าทรัพย์ให้บอกที่ซ่อนทรัพย์ นายทวี ทองประชุม ต่อสู้ขัดขวางโดยใช้มีดดาบฟันและแทงจำเลยที่ ๑ ได้รับบาดเจ็บ จำเลยทั้งสองได้ใช้อาวุธปืนยิงนายทวีทองประชุมหลายนัด แล้วจำเลยที่ ๑ ได้แย่งมีดดาบจากนายทวี ฟันนายทวีและนางทัศนีย์โดยเจตนาฆ่า เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งธนบัตรรวม ๔,๐๐๐ บาทที่ปล้นทรัพย์ได้ นายทวีได้ถึงแก่ความตาย ส่วนนางทัศนีย์ได้รับบาดเจ็บพนักงานสอบสวนยึดได้มีดดาบ ๑ เล่มของนายทวีเป็นของกลาง ต่อมาจับจำเลยทั้งสองได้และได้ธนบัตรรวม ๑,๗๘๐ บาทจากจำเลยที่ ๒เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๒๘๙,๒๙๕, ๘๓ และคืนมีดดาบและธนบัตรรวม ๑,๗๘๐ บาทของกลางแก่เจ้าทรัพย์และให้คืนหรือใช้ราคาธนบัตร ๒,๒๒๐ บาทที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าทรัพย์ นางทัศนีย์ ทองประชุม เข้าเป็นโจทก์ร่วม จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๑ ได้หลบหนี ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ชั่วคราว ภายหลังที่ได้พิพากษาคดีของจำเลยที่ ๒แล้วจึงจับจำเลยที่ ๑ ได้ ศาลชั้นต้นได้ยกคดีของจำเลยที่ ๑ ขึ้นพิจารณาต่อไป ในชั้นนี้จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐, ๒๘๙, ๒๙๕ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ ซึ่งเป็นบทหนักให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง แต่คำรับของจำเลยที่ ๒ ชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๒(๑) ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ตลอดชีวิตคืนมีดของกลางแก่ผู้เสียหาย ส่วนเงินของกลาง ๑,๗๘๐ บาทเป็นของคนร้ายที่ร่วมปล้นซึ่งจะต้องใช้คืนผู้เสียหายอยู่แล้ว ให้คืนแก่ผู้เสียหายให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๒,๒๒๐ บาทที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ ให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๒(๑) ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ตลอดชีวิต พนักงานอัยการโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษประหารชีวิตแก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยฟังว่า จำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกระทำผิดตามฟ้อง และที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ ๑ นั้น เห็นว่ายังไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะแก้ไข แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าเงินของกลาง ๑,๗๘๐ บาท เป็นของคนร้ายที่ร่วมปล้นซึ่งต้องใช้คืนผู้เสียหายอยู่แล้ว ให้คืนแก่ผู้เสียหายนั้น ไม่ชอบด้วยมาตรา ๔๙ และ ๕๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะเงินของกลางนี้ผู้เสียหายมิได้เป็นเจ้าของ และเมื่อเงินของกลางนี้ไม่อาจถือว่าเป็นค่าสินไหมทดแทนอันผู้เสียหายจะพึงได้รับด้วยการที่ศาลสั่งคืนให้แล้ว ย่อมไม่ต้องนำไปหักออกจากจำนวนค่าเสียหายทั้งหมด ดังที่ โจทก์คิดคำนวณมาในฟ้องจำนวนเงิน ๑,๗๘๐ บาทนี้จึงกลับไปรวมอยู่ในจำนวนค่าเสียหาย ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าผู้เสียหายพึงได้รับค่าสินไหมทดแทน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงิน ๔,๐๐๐บาทแก่ผู้เสียหาย ธนบัตร ๑,๗๘๐ บาทให้คืนจำเลยที่ ๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2414/2516 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นางทัศนีย์ ทองประชุม โจทก์ร่วม นายปราจีน บุญเกิด ที่ 1 นายวิรัตน์ ศรีคชา ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · โจทก์ร่วม - นางทัศนีย์ ทองประชุม · จำเลย - นายปราจีน บุญเกิด ที่ 1 นายวิรัตน์ ศรีคชา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 888/2490ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 664/2520ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1145/2512ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 5702/2533ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา