คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมมีอำนาจฟ้องร้องให้ผู้กระทำละเมิดรับผิดต่อทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนได้ และอำนาจฟ้องหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไม่โอนไปยังห้างหุ้นส่วนเมื่อได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในภายหลัง
2. การที่บริษัทประกันภัยรับซ่อมรถยนต์ที่เอาประกันไว้และมีการทำบันทึกข้อตกลงเรื่องค่าเสียหายระหว่างตัวแทนโจทก์กับตัวแทนบริษัทประกันภัยนั้น ไม่ทำให้โจทก์หมดสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายส่วนอื่นจากผู้กระทำละเมิดโดยตรง
ย่อคำพิพากษา
ในขณะที่เกิดเหตุละเมิดขึ้นนั้น ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรหล่อยางยังมิได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมายถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญโจทก์ในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ย่อมมีอำนาจฟ้องร้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดซึ่งลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้กระทำต่อทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนนั้นได้ และอำนาจฟ้องหรือสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อผู้กระทำละเมิดต่อทรัพย์นั้นเป็นบุคคลสิทธิ มิใช่ทรัพย์สิทธิที่ติดตามไปกับตัวทรัพย์ เมื่อสิทธิดังกล่าวได้เกิดมีขึ้นแล้ว แม้ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรหล่อยางได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนนั้นก็ตาม อำนาจฟ้องหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวก็หาโอนไปยังห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรหล่อยางด้วยไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้
รถยนต์ของจำเลยที่ชนรถโจทก์ได้ประกันไว้กับบริษัทประกันภัยเมื่อเกิดเหตุแล้วตัวแทนบริษัทประกันภัยไปตรวจ เห็นว่ารถฝ่ายจำเลยผิดจึงได้รับรถโจทก์ไปซ่อมให้ ได้มีการไปทำบันทึกกันที่สถานีตำรวจมีข้อความตอนหนึ่งว่า ส่วนค่าเสียหายนอกจากการซ่อมซึ่งบริษัทประกันภัยรับผิดชอบ ตัวแทนของโจทก์จะไปเจรจาตกลงกันเองกับจำเลยที่ 2ผู้เป็นเจ้าของรถคันที่เป็นฝ่ายชนต่อไป บันทึกนี้เป็นเพียงบันทึกระหว่างตัวแทนโจทก์กับตัวแทนบริษัทประกันภัยเท่านั้น โจทก์หามีหน้าที่แจ้งให้จำเลยทราบไม่
(วรรคแรกวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 24/2516)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๐๙ โจทก์ได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันเพื่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรหล่อยาง และได้รับจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๑๐ ดังนั้นระหว่างวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๐๙ ถึงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๑๐ โจทก์จึงเป็นหุ้นส่วนสามัญโดยไม่จดทะเบียน เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๐๙ โจทก์ได้เช่าซื้อรถยนต์เลขทะเบียน ก.ท.ร.๒๑๙๙๐ เพื่อประโยชน์ในกิจการของโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๑๐ จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ได้ขับรถยนต์บรรทุกเลขทะเบียน ก.ท.ข. ๐๒๘๔๐ เพื่อประโยชน์ของนายจ้างด้วยความประมาทชนรถยนต์ ก.ท.ร.๒๑๙๙๐ เสียหาย เข้าซ่อม๔๐ วัน โจทก์ต้องเช่ารถยนต์รับจ้างใช้ประโยชน์วันละ ๒๕๐ บาทเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท และทำให้รถยนต์เสื่อมราคาไป ๒๐,๐๐๐ บาทขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จแก่โจทก์
ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ เนื่องจากโจทก์ทิ้งฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยมิได้เป็นฝ่ายประมาท โจทก์ไม่ใช่เจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์เลขทะเบียน ก.ท.ร.๒๑๙๙๐ จึงไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม
จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกและไม่ใช่นายจ้างของจำเลยที่ ๑
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันและแทนกันใช้ค่าขาดผลประโยชน์ในการใช้รถ ๑๐,๐๐๐ บาท ค่าเสื่อมราคา ๒,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกาต่อมา
ในปัญหาที่ว่าโจทก์ในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะหุ้นส่วนมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้ร่วมรับผิดในผลแห่งการทำละเมิดคดีนี้หรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายสถิต ตั้งวาริธร นายพรชัยวัฒนจาวเรือง นายอ๊าหยุด แซ่ตั้ง นายสำราญ จันทร์เสริม และนายซู้เซง แซ่ตั้ง โจทก์ได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรหล่อยางเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๐๙ เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม๒๕๐๙ นายสถิต ตั้งวาริธร โจทก์ ได้ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ร. ๒๑๙๙๐ เพื่อประโยชน์ในกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น เหตุละเมิดที่ทำให้รถยนต์คันนี้ได้รับความเสียหายเกิดขึ้นโดยการกระทำของฝ่ายจำเลยเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๑๐ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวได้รับจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่๔ กรกฎาคม ๒๕๑๐ และโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ในเดือนมกราคม ๒๕๑๑ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่าในขณะที่เกิดเหตุละเมิดขึ้นนั้นห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรหล่อยางยังมิได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ โจทก์ในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมมีอำนาจฟ้องร้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้รับผิดเพราะเหตุละเมิดดังกล่าวข้างต้นได้ และอำนาจฟ้องหรือสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อผู้กระทำละเมิดต่อทรัพย์นั้น เป็นบุคคลสิทธิ มิใช่ทรัพย์สิทธิที่ติดตามไปกับตัวทรัพย์ เมื่อสิทธิดังกล่าวได้เกิดมีขึ้นแล้ว แม้ต่อมาเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรหล่อยางได้จดทะเบียน จัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนนั้นก็ตาม อำนาจฟ้องหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวก็หาโอนไปยังห้างหุ้นส่วนจำกัดสหมิตรหล่อยางด้วยไม่ ดังนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้
ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้แจ้งการสงวนสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายให้จำเลยทราบล่วงหน้าก่อนการตกลงประนีประนอมยอมความกันจึงไม่ผูกมัดจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ด้วยนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า รถยนต์ของจำเลยที่ชนรถโจทก์ได้ประกันไว้กับบริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัดเมื่อเกิดเหตุแล้ว นายวิเชียรตัวแทนบริษัทประกันภัยไปตรวจ เห็นว่ารถฝ่ายจำเลยผิด จึงได้รับรถโจทก์ไปซ่อมให้ ได้มีการไปทำบันทึกกันที่สถานีตำรวจมีข้อความตอนหนึ่งว่า ส่วนค่าเสียหายนอกจากการซ่อมซึ่งบริษัทประกันภัยรับผิดชอบ นายรัตนพิมลตัวแทนของโจทก์จะไปเจรจาตกลงกันเองกับจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นเจ้าของรถคันที่เป็นฝ่ายชนต่อไป ดังนี้ เห็นได้ว่าบันทึกนี้เป็นเพียงบันทึกระหว่างตัวแทนโจทก์กับตัวแทนบริษัทประกันภัยเท่านั้น โจทก์จึงหามีหน้าที่แจ้งให้จำเลยทราบดังที่จำเลยฎีกาไม่
ในเรื่องค่าเสียหายและค่าเสื่อมราคาของรถโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าพยานจำเลยไม่อาจหักล้างข้อนำสืบของโจทก์ในประเด็นข้อนี้ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2516
นายสถิต ตั้งวาริธร ในฐานะส่วนตัวและผู้รับมอบอำนาจจาก
นายพรชัย วัฒนจาวเรือง นายอ๊าหยุด แซ่ตั้ง นายสำราญ จันทร์เสริม นายซู้เซง
แซ่ตั้ง โจทก์
นายเฉลิม มูกา ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ในฐานะส่วนตัวและผู้รับมอบอำนาจจาก - นายสถิต ตั้งวาริธร · นายซู้เซง - นายพรชัย วัฒนจาวเรือง นายอ๊าหยุด แซ่ตั้ง นายสำราญ จันทร์เสริม · โจทก์ - แซ่ตั้ง · จำเลย - นายเฉลิม มูกา ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุทธิ บัวแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช สิทธิชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา