⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3141/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3141/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่ขอให้ศาลสั่งให้อำนาจปกครองบุตรอยู่แก่ผู้เป็นมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538(6) อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชน ศาลแพ่งไม่มีอำนาจรับฟ้องแย้งไว้พิจารณา

ย่อคำพิพากษา

สามีฟ้องภรรยาเป็นจำเลยขอหย่าต่อศาลแพ่ง จำเลยฟ้องแย้งขอให้ศาลเพิกถอนอำนาจปกครองบุตรของโจทก์ให้เป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว ดังนี้ แม้ศาลแพ่งซึ่งพิพากษาคดีฟ้องหย่าจะมีอำนาจชี้ขาดว่าใครเป็นผู้สมควรปกครองบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1502 วรรค 2 ด้วยก็จริง แต่ฟ้องแย้งที่ขอให้ศาลสั่งให้อำนาจปกครองบุตรอยู่แก่จำเลยซึ่งเป็นมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1538(6) นั้นพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 163 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2515 ข้อ 1บัญญัติให้คดีแพ่งที่ฟ้องศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์ ซึ่งจะต้องบังคับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538(6) อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชน ศาลแพ่งไม่มีอำนาจรับฟ้องแย้งไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1502 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นภรรยาและมีบุตรยังเป็นผู้เยาว์ด้วยกัน ๑ คนจำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หมิ่นประมาทโจทก์ และกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความสัมพันธ์แห่งการเป็นคู่ครอง ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดกัน และให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้ง โดยฟ้องแย้งข้อหนึ่ง ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนอำนาจปกครองบุตรของโจทก์ ให้ตกเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้น (ศาลแพ่ง) รับคำให้การและฟ้องแย้งไว้แล้วครั้นในวันชี้สองสถานเห็นว่าฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนอำนาจปกครองของโจทก์ให้ตกเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียวนั้น จำเลยจะฟ้องที่ศาลแพ่งไม่ได้เพราะจำเลยไม่ได้ฟ้องหย่าด้วย ตกอยู่ในอำนาจศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางที่จะพิจารณาพิพากษา ที่ศาลรับฟ้องแย้งโจทก์นี้ไว้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดพลาด จึงเพิกถอนคำสั่งที่รับฟ้องแย้งข้อหาฐานนี้เป็นไม่รับ จำหน่ายคดีจำเลยเฉพาะข้อหาฐานนี้ ให้จำเลยไปฟ้องยังศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า เมื่อโจทก์ฟ้องหย่าแล้ว จำเลยก็ชอบที่จะฟ้องแย้งในศาลเดิมขออำนาจปกครองบุตรมาด้วยได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๐๒ วรรค ๒ จะมีความหมายว่า ศาลที่พิพากษาคดีฟ้องหย่ามีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดว่าใครเป็นผู้สมควรปกครองบุตรได้ก็จริง แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๗ วรรค ๒ ก็บัญญัติให้อำนาจปกครองบุตรอยู่แก่บิดา อำนาจปกครองจะอยู่แก่มารดาได้ต่อเมื่อมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๓๘ และโดยเฉพาะในกรณีตามมาตรา ๑๕๓๘(๖) ที่ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่แก่มารดา นั้น ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๖๓ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๑๕ ข้อ ๑ ให้คดีแพ่งที่ฟ้องเกี่ยวกับผู้เยาว์ซึ่งจะต้องบังคับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๘(๖) อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชน ฉะนั้น ฟ้องแย้งที่ขอให้เพิกถอนอำนาจปกครองบุตรของโจทก์ผู้เป็นบิดา โดยให้ตกเป็นของจำเลยผู้เป็นมารดา จึงเป็นคำฟ้องที่อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3141/2516 ร้อยตำรวจตรีอมฤทธิ์ ยุกตะนันท์ โจทก์ นางเพ็ญศรี ยุกตะนันท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยตำรวจตรีอมฤทธิ์ ยุกตะนันท์ · จำเลย - นางเพ็ญศรี ยุกตะนันท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายจันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา