⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 343/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2516

ป.พ.พ. ม.226, 291, 296 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับอาวัลมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินได้ เมื่อผู้สั่งจ่ายไม่ชำระหนี้ตามตั๋วแลกเงิน แม้ผู้รับอาวัลจะชำระหนี้ไปเพียงบางส่วนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินให้แก่เจ้าหนี้ โดยโจทก์เป็นผู้รับอาวัลโจทก์ไม่ใช่ลูกหนี้โดยตรง เพียงแต่ต้องรับผิดชดใช้เงินตามตั๋วแลกเงินในเมื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายไม่ชำระ ความผูกพันของโจทก์จำเลยซึ่งมีต่อเจ้าหนี้ผู้ทรงตั๋วแลกเงิน.จึงมิใช่เป็นลูกหนี้ร่วมกันจะต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 296 แม้มาตรา 967 จะบัญญัติให้ผู้สั่งจ่ายและผู้รับอาวัลต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรง ก็เพื่อประโยชน์แก่ผู้ทรงในอันที่จะว่ากล่าวเรียกเงินตามตั๋ว แต่ในระหว่างผู้สั่งจ่ายกับผู้รับอาวัล ผู้สั่งจ่ายจะต้องชำระเงินตามจำนวนที่ระบุในตั๋วแลกเงินก่อน หากผู้สั่งจ่ายไม่ชำระผู้รับอาวัลจึงต้องรับผิดชดใช้ให้ เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินตามตั๋วแลกเงิน และโจทก์ใช้เงินให้เจ้าหนี้ผู้ทรงตั๋วแลกเงินไปแล้วบางส่วนโดยมีหลักฐานการชำระหนี้ โจทก์ย่อมได้สิทธิในอันจะไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยซึ่งโจทก์ประกันไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 940 วรรคสามโดยหาจำต้องชำระแล้วทั้งหมดหรือถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินในตั๋วแลกเงินไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.291 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.908 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.938 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.940 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.967

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.291 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.296 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยยืมเงินธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาตรังไป๓๕๐,๐๐๐ บาท โดยออกตั๋วแลกเงินให้ และโจทก์เป็นผู้รับอาวัล จำเลยผิดนัดธนาคารฯ ฟ้องจำเลยและโจทก์ให้ชำระเงินตามตั๋วแลกเงินรวมทั้งค่าธรรมเนียมเป็นเงิน ๔๙๖,๐๖๐.๒๖ บาท ศาลพิพากษาให้จำเลยและโจทก์ใช้เงินจำนวนนี้คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ ธนาคารฯ บังคับคดีให้โจทก์ชำระแทนจำเลย โจทก์ได้ชำระไปแล้วเป็นเงิน ๑๗๙,๕๓๔ บาท โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้รายนี้แก่โจทก์ จำเลยเพิกเฉยโดยไม่มีทรัพย์สินพอชำระหนี้ถือว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์จำเลยต้องรับผิดในหนี้ร่วมกัน โจทก์ชำระหนี้ให้ธนาคารไปยังไม่ถึงกึ่งที่โจทก์จะต้องรับผิด โจทก์ไม่อยู่ในฐานะรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ ไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้รับอาวัลค้ำประกันการใช้เงินตามตั๋วแลกเงินที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายให้แก่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขาตรัง เป็นเงิน๓๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์จึงมิใช่เป็นลูกหนี้โดยตรงที่จะพึงต้องจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินฉบับนั้น โจทก์เพียงแต่ต้องรับผิดชดใช้เงินตามตั๋วแลกเงินนั้นในเมื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายไม่ชำระเงินตามตั๋วแลกเงินความผูกพันของโจทก์จำเลยที่มีต่อธนาคารผู้ทรงตั๋วแลกเงินจึงมิใช่เป็นลูกหนี้ร่วมกันจะต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙๖ จะนำบทบัญญัติดังกล่าวแล้วมาใช้บังคับแก่กรณีนี้ดังที่จำเลยฎีกาหาได้ไม่ และที่มาตรา ๙๖๗บัญญัติให้ผู้สั่งจ่ายและผู้รับประกันด้วยอาวัลต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรงนั้นก็เพื่อประโยชน์แก่ผู้ทรงในอันที่จะว่ากล่าวเรียกเงินตามตั๋ว แต่ในระหว่างผู้สั่งจ่ายกับผู้รับประกันด้วยอาวัลผู้สั่งจ่ายจะต้องชำระเงินตามจำนวนที่ระบุในตั๋วแลกเงินก่อน หากผู้สั่งจ่ายไม่ชำระผู้รับประกันด้วยอาวัลจึงต้องรับผิดชดใช้ในกรณีนี้ปรากฏว่าจำเลยไม่ชำระเงินตามตั๋วแลกเงินให้ธนาคาร และโจทก์ใช้เงินให้ธนาคารไปแล้วบางส่วน โดยมีหลักฐานการชำระหนี้ โจทก์ย่อมได้สิทธิในอันจะไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยซึ่งโจทก์ประกันไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๙๔๐ วรรค ๓ โดยไม่จำต้องชำระแล้วทั้งหมด หรือถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินในตั๋วแลกเงินดังที่จำเลยฎีกา ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยเป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ ก็เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะได้นำสืบต่อไปตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดให้รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2516 นายฉั่วซีกื้อ หรือนายซีกื้อ แซ่ฉั่ว โจทก์ นายสุรินทร์ ลาภทวี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉั่วซีกื้อ หรือนายซีกื้อ แซ่ฉั่ว · จำเลย - นายสุรินทร์ ลาภทวี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รัตน์ ศรีไกรวิน · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 312/2531ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 12384/2558ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา