⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและเอกสารเพื่อแสวงหาหลักฐานเพื่อต่อสู้คดี มิใช่เป็นการเสนอข้อหาต่อศาล จึงไม่ถือว่าเป็นฟ้องแย้ง

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและเอกสารของธนาคารโจทก์เพื่อแสดงผลความรับผิดชอบว่าใครเป็นหนี้ใครเท่าใดเป็นเรื่องจำเลยแสวงหาหลักฐานเพื่อสู้คดี มิใช่เป็นการเสนอข้อหาต่อศาลไม่ถือว่าเป็นฟ้องแย้ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากับโจทก์เพื่อดำเนินกิจการธนาคารสาขาเป็นตัวแทนของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ทำผิดสัญญา มีการจ่ายเงินให้กู้ยืมและให้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นลูกหนี้ที่เรียกเก็บไม่ได้ และไม่สามารถบังคับให้ชำระหนี้ได้เป็นเงิน ๑๓,๓๖๑,๓๙๐ บาท จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดใช้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการที่จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์สำหรับความเสียหายทั้งปวงตามสัญญา จึงขอบังคับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน ๑๓,๓๖๑,๓๙๐ บาทให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ให้การปฏิเสธความรับผิด และอ้างว่า ตามสัญญาโจทก์ต้องแบ่งผลกำไรให้จำเลยที่ ๑ แต่โจทก์ไม่เคยแบ่งให้จำเลยที่ ๑ เลย จำเลยที่ ๑ยังมีส่วนจะได้เงินจากโจทก์อยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นจำเลยที่ ๑ ยังถือหุ้นอยู่ในธนาคารโจทก์เป็นจำนวนมาก และมีเงินฝากอยู่ ทั้งโจทก์ไม่ได้คิดแบ่งเงินปันผลในหุ้นที่ถือโดยถูกต้องและครบถ้วนเชื่อแน่ว่าคิดบัญชีหักกลบลบกันแล้ว โจทก์จะต้องใช้เงินแก่โจทก์ จึงถือได้ว่าไม่มีหนี้ที่จะต้องรับผิดตามฟ้อง และฟ้องแย้งว่าขอให้ตั้งหัวหน้ากองหมายหรือหัวหน้ากองบังคับคดีล้มละลายหรือบุคคลอื่นที่มีวุฒิทางบัญชีเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีและเอกสารของธนาคารโจทก์ เพื่อแสดงผลความรับผิดชอบและใครเป็นหนี้ใครเท่าใด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ส่วนฟ้องแย้งนั้นไม่มีเหตุผลตามกฎหมายที่จะดำเนินการกับโจทก์เช่นนั้นได้ จึงไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์คำสั่งขอให้รับฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้ออ้างที่จำเลยว่าเป็นฟ้องแย้งนั้นก็คือ เรื่องขอให้ตั้งบุคคลตามที่ระบุขอมาดังกล่าว เพื่อตรวจสอบสมุดบัญชีและเอกสารของธนาคารสาขาสำเพ็งและธนาคารโจทก์ที่สำนักงานใหญ่ เพื่อแสดงผลว่าจำเลยไม่เป็นหนี้โจทก์ตามที่โจทก์ฟ้องซึ่งจำเลยปฏิเสธความรับผิด การที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์อย่างไรนั้น เป็นหน้าที่โจทก์ที่จะต้องนำสืบ และเมื่อจำเลยปฏิเสธความรับผิด ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยจะนำสืบหักล้างข้ออ้างของโจทก์แต่เหตุที่จำเลยอ้างเป็นฟ้องแย้งมานั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องที่จำเลยจะแสวงหาหลักฐานเพื่อต่อสู้คดีของจำเลยนั่นเอง มิใช่เป็นการเสนอข้อหาต่อศาลไม่ถือว่าเป็นฟ้องแย้ง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6/2516 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายชวน รัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ โจทก์ บริษัทยี.แอส.พูลาซิงห์ ทรัสต์ จำกัด ที่ 1 นายซูเอสซิงค์ จาวลา ที่ 2 นายองค์การซิงห์ จาวลา ที่ 3 นายสุรมัต จาวลา ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายชวน รัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ · 2 - บริษัทยี.แอส.พูลาซิงห์ ทรัสต์ จำกัด ที่ 1 นายซูเอสซิงค์ จาวลา ที่ · จำเลย - นายองค์การซิงห์ จาวลา ที่ 3 นายสุรมัต จาวลา ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทวี กสิยพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 5640/2540ฎีกา 469/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 1145/2512ฎีกา 72/2505ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา