⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 795/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้โจทก์เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบุคคลสามฝ่าย เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่สมบูรณ์บังคับได้ แม้ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และจำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา เว้นแต่โจทก์ยินยอม หรือโจทก์ผิดสัญญา หรือมีเหตุอื่นที่กฎหมายให้อำนาจ

ย่อคำพิพากษา

บ.โจทก์ในคดีหนึ่งนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยโจทก์ร้องขัดทรัพย์แล้วได้มีการประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ยอมให้เงิน บ. 5,000 บาท บ. ยอมถอนการยึดทรัพย์และจำเลยยอมยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ สัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้โจทก์จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบุคคลสามฝ่าย มิใช่สัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยเสน่หา แม้มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เป็นสัญญาที่สมบูรณ์บังคับได้ เมื่อสัญญายกที่ดินพิพาทให้โจทก์เป็นสัญญาต่างตอบแทนจำเลยย่อมไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา นอกจากโจทก์ยินยอมด้วยหรือโจทก์ผิดสัญญาหรือมีเหตุอื่นที่กฎหมายให้อำนาจจำเลยบอกเลิกได้แม้โจทก์จะเกี่ยงให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินทั้งหมดก็ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญา เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาต่างตอบแทนนั้นอันมีอายุความฟ้องร้อง 10 ปี แม้ที่ดินพิพาทจะเป็นที่ดินมือเปล่าก็ไม่ทำให้กำหนดอายุความในกรณีนี้เปลี่ยนแปลงไป เพราะมิใช่กรณีแย่งการครอบครอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.115 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.526 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายบุญคง บุญสม โจทก์ในคดีแดงที่ ๑๗๘/๒๕๐๕ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลย แต่ยึดที่ดินของโจทก์ไปด้วย โจทก์ร้องขัดทรัพย์แล้วตกลงยอมความกัน โดยโจทก์จะให้เงินนายบุญคง ๕,๐๐๐ บาท นายบุญคงจะถอนการยึดทรัพย์ ในการตกลงยอมความดังกล่าว จำเลยยอมยกที่ดินตาม น.ส.๓ ให้โจทก์แต่แล้วไม่ยอมโอน ขอให้บังคับ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยทำสัญญาจริง แต่โจทก์เกี่ยงให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมโอน จำเลยไม่ยอม จำเลยบอกเลิกสัญญาแล้ว และเข้าครอบครองที่พิพาท ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ ๑ ปาก แล้วสั่งงดสืบพยานวินิจฉัยว่าสัญญายกให้ไม่จดทะเบียน ตกเป็นโมฆะ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยฎีกา ที่จำเลยฎีกาว่า แม้จำเลยจะได้ลงนามในสัญญายกที่พิพาทให้โจทก์(เอกสาร จ.๑) ก็ตาม สัญญาฉบับนี้หาใช่สัญญาประนีประนอมยอมความไม่หากแต่เป็นสัญญายกที่พิพาทให้โจทก์โดยเสน่หา เมื่อมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๑๕ ประกอบกับมาตรา ๕๒๕ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาตัวสัญญา (เอกสาร จ.๑) ประกอบกับคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยแล้ว เห็นได้เด่นชัดว่าสัญญาดังกล่าวได้ทำขึ้น เนื่องจากได้มีการประนีประนอมยอมความระหว่างบุคคลสามฝ่ายคือ นายบุญคง บุญสม ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๗๘/๒๕๐๕ยอมความกับโจทก์ในคดีนี้ ซึ่งเป็นผู้ร้องขัดทรัพย์ที่นายบุญคง บุญสมยึดจากจำเลยในคดีดังกล่าวนั้นโจทก์ในคดีนี้ยอมให้เงินนายบุญคง บุญสม๕,๐๐๐ บาท นายบุญคงยอมถอนการยึดทรัพย์ และจำเลยในคดีนี้ยอมยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ สัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ (เอกสาร จ.๑)จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบุคคลสามฝ่ายและมิใช่เป็นสัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยเสน่หา เมื่อสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน แม้มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เป็นสัญญาที่สมบูรณ์ โจทก์มีสิทธิฟ้องต่อศาลให้บังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์ไปแล้ว ความผูกพันตามสัญญาจึงไม่มี ตามสัญญาพิพาทระบุให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ภายใน ๓ เดือน เมื่อครบกำหนดโจทก์ไม่ได้เรียกร้อง เมื่อจำเลยบอกเลิกสัญญาโจทก์ก็เพิกเฉยปล่อยให้จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าอย่างเป็นเจ้าของมา ๘-๙ ปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าสัญญาพิพาทเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยย่อมไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญา นอกจากฝ่ายโจทก์ยินยอมด้วย หรือฝ่ายโจทก์ผิดสัญญา หรือมีเหตุอื่นที่กฎหมายให้อำนาจจำเลยบอกเลิกได้ตามคำให้การของจำเลยก็กล่าวไว้แต่เพียงว่า โจทก์เกี่ยงให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน(ที่พิพาท) ทั้งหมดแทนโจทก์ทั้งสองจำเลยไม่ยินยอม เมื่อครบกำหนด ๓ เดือน จำเลยบอกเลิกสัญญาและเข้าครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา แม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ตามคำให้การของจำเลย ก็หาทำให้จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญากับโจทก์ไม่ และเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาสิทธิของโจทก์ในอันที่จะบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาต่างตอบแทนย่อมเกิดขึ้นสิทธิดังกล่าวมีอายุความฟ้องร้อง ๑๐ ปี เช่นสัญญาทั่วไป การที่ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าหาทำให้กำหนดอายุความเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไปไม่ เพราะมิใช่เป็นกรณีแย่งการครอบครองที่ดินพิพาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2516 นายยุ้ย จันทร์กระจ่าง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ นางเภา ปานกลาง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยุ้ย จันทร์กระจ่าง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · จำเลย - นางเภา ปานกลาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ประสาท สุคนธมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายปชา นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1712/2539ฎีกา 1962/2548ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 356/2530ฎีกา 163/2491ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1798/2506ฎีกา 591/2531ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1800/2511ฎีกา 4082/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 763/2484ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2026/2494ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1055/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1531/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา