⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 106/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยค้ำจุนจะรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดในความเสียหายนั้นเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ประกันภัยค้ำจุนนั้น ผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดในความวินาศภัยที่เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์มิใช่เป็นผู้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์จากห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลตั้งเซียฮวดพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ว่าด้วยลักษณะความรับผิดต่อบุคคลภายนอกก็มีข้อความไว้ชัดแจ้งว่าเมื่อมีวินาศภัยเกิดขึ้น จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยจะรับชดใช้ค่าเสียหายแทนผู้เอาประกันภัยเท่านั้น ไม่มีข้อความตอนใดที่ผู้รับประกันภัยตกลงยอมชดใช้ค่าเสียหายแทนผู้เช่าซื้อรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้ ดังนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2โดยประมาท เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์ของโจทก์เสียหาย โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ให้ร่วมรับผิดด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียนฉ.ช.๐๐๔๘๖ จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียนน.ฐ.๐๑๘๗๗ ของบริษัทมิตซูบิชิ ซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้เช่าซื้อไปจากห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลตั้งเซียฮวดพาณิชย์ผู้แทนจำหน่ายจำเลยที่ ๑ ขับรถคันดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒โดยประมาท เป็นเหตุให้ชนท้ายรถบรรทุกของโจทก์เสียหายทั้งสิ้น๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้รับประกันวินาศภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน น.ฐ.๐๑๘๗๗ จากห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลตั้งเซียฮวดพาณิชย์ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ และ ๒ ด้วย ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายตามฟ้อง จำเลยที่ ๑, ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ได้รับประกันวินาศภัยรถยนต์คันดังกล่าวจากห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลตั้งเซียฮวดพาณิชย์ แต่ห้างนี้ไม่ได้ถูกฟ้องให้รับผิดด้วย จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ โจทก์ฎีกาให้จำเลยที่ ๓ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑, ๒ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒จำเลยที่ ๒ เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน น.ฐ.๐๑๘๗๗จากห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลตั้งเซียฮวดพาณิชย์ ผู้แทนจำหน่ายและห้างหุ้นส่วนดังกล่าวเอารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น.ฐ.๐๑๘๗๗นั้น ประกันภัยไว้กับจำเลยที่ ๓ ตามกรมธรรม์ประกันภัยหมาย จ.๑เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ โดยประมาท เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์ของโจทก์เสียหาย และวินิจฉัยว่า กรมธรรม์ประกันภัยตามเอกสารหมาย จ.๑ เป็นสัญญาประกันภัยค้ำจุน ซึ่งตามมาตรา ๘๘๗วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า "อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ"ตามบทบัญญัติมาตรานี้ ผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดในความวินาศภัยที่เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ แต่คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์มิใช่เป็นผู้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวจากห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลตั้งเซียฮวดพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ ๓ ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.๑ ที่ว่าด้วยลักษณะความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกก็มีข้อความไว้ชัดแจ้งว่า เมื่อมีวินาศภัยเกิดขึ้น จำเลยที่ ๓ ผู้รับประกันภัยจะรับชดใช้ค่าเสียหายแทนผู้เอาประกันภัยเท่านั้น ไม่มีข้อความตอนใดที่ผู้รับประกันภัยตกลงยอมชดใช้ค่าเสียหายแทนผู้เช่าซื้อรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๓ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106/2517 กรมทางหลวง โดยนายเฉลียว วัชรพุกก์ อธิบดี โจทก์ นายแสวง หมื่นไกร ที่ 1 นายประยงค์ นาคนาเกร็ด ที่ 2 บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด โดยนายไพบูลย์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมทางหลวง โดยนายเฉลียว วัชรพุกก์ อธิบดี · 2 - นายแสวง หมื่นไกร ที่ 1 นายประยงค์ นาคนาเกร็ด ที่ · ที่ - บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด โดยนายไพบูลย์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ · จำเลย - 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุด สุตรา · ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3131/2543ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา