⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1173/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมมีผลผูกพันคู่ความ แม้คู่ความบางคนเป็นผู้เยาว์ โดยมีผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทน และหากไม่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมจนคดีถึงที่สุดแล้ว ย่อมสามารถบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยโอนที่ดินและเรือนให้โจทก์ กับให้ขับไล่จำเลยออกไปแล้วโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมออกจากทรัพย์พิพาทและยอมโอนให้โจทก์ ศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว แม้จำเลยบางคนจะเป็นผู้เยาว์ แต่คำพิพากษาตามยอมนั้นก็มีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 จำเลยซึ่งเป็นผู้เยาว์เป็นคู่ความในคดีอยู่แล้ว โดยมี ก. เป็นผู้แทนเฉพาะคดี และไม่มีอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมจนคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยตามคำพิพากษาตามยอมได้ ศาลจะปฏิเสธการบังคับคดีแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้เยาว์โดยอ้างว่า ก.ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์โดยมิได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546(4) ดังนี้ หาชอบไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดที่ ๑๒๕๑ พร้อมด้วยตัวเรือนที่จำเลยอาศัยอยู่ได้จากการขายทอดตลาดของศาล โจทก์ชำระเงินต่อศาลแล้ว เดิมทรัพย์นี้บิดาจำเลยทั้งสี่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่บิดามารดาจำเลยทั้งสี่วายชนม์แล้ว โจทก์จึงขอให้จำเลยทั้งสี่ผู้เป็นทายาทรับมรดกทรัพย์รายนี้แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ จำเลยปฏิเสธ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยไปขอรับมรดกที่ดินโฉนดที่ ๑๒๕๑ พร้อมด้วยเรือนแล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ หากไม่ยอมให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้ขับไล่จำเลยและบริวารมิให้เกี่ยวข้องในที่ดินรายนี้ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำให้การต่อสู้คดี จำเลยที่ ๒ ไม่ยื่นคำให้การ สิบตรีกมลในฐานะส่วนตัวและแทนเด็กชายสุรพลผู้เยาว์ ร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมโดยอ้างว่าเป็นบุตรผู้ตาย มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีนี้ร่วมกับจำเลยทั้งสี่ และขอเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ซึ่งเป็นผู้เยาว์ และของเด็กชายสุรพลด้วย ศาลชั้นต้นอนุญาต สิบตรีกมลในฐานะผู้ร้องสอดและในฐานะผู้แทนเฉพาะคดีให้การว่า ขอถือเอาคำให้การของจำเลยที่ ๑ เป็นของตนด้วย ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมชำระเงิน ๖,๒๐๐ บาทให้โจทก์ภายในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๑๔ โจทก์ยอมโอนทรัพย์ตามฟ้องคืนให้จำเลยเมื่อโจทก์ได้รับเงินตามจำนวนและกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้าจำเลยผิดนัด จำเลยยอมออกจากทรัพย์พิพาทและยอมโอนที่พิพาทให้โจทก์ สิบตรีกมลและทนายจำเลยลงชื่อในสัญญายอมฝ่ายจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม หลังจากครบกำหนดเวลาตามสัญญายอมแล้ว จำเลยไม่ชำระเงินตามยอมและไม่ยอมออกจากที่พิพาท โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยและบริวาร ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่สิบตรีกมลพี่ชายของนายสวัสดิ์กับพวกผู้เยาว์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์นั้นเป็นการทำไปโดยมิได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๔๖(๔) สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว จึงใช้บังคับต่อทรัพย์สินในส่วนที่เป็นของนายสวัสดิ์นางสาวแสงอรุณและเด็กชายสุรพลจำเลยผู้เยาว์หาได้ไม่ เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันจำเลยผู้เยาว์ดังระบุชื่อมาแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยผู้เยาว์ทั้งสามปฏิบัติตามคำบังคับซึ่งออกตามความในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวได้ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้แทนเฉพาะคดีทำสัญญาประนีประนอมกับโจทก์เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์แล้ว ไม่จำต้องขออนุญาตต่อศาลอีกพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการต่อไปตามที่โจทก์ร้องขอ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำพิพากษาตามยอมคดีนี้ย่อมมีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ จำเลยซึ่งเป็นผู้เยาว์ทั้งสามเป็นคู่ความในคดีอยู่แล้ว โดยมีสิบตรีกมลเป็นผู้แทนเฉพาะคดี และไม่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอม จนคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยตามคำพิพากษาตามยอมได้ตามมาตรา ๒๗๑ การที่ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งปฏิเสธการบังคับคดีแก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นชอบด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2517 นายจำรัส พิชัยพรหม โจทก์ นางสาวบัวเขียว ปาละธรรม ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย สิบตรีกมล ปาละธรรม ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนเฉพาะคดีของ นายสวัสดิ์ ปาละธรรม นางสาวแสงอรุณ ปาละธรรม เด็กชายสุรพล ปาละธรรม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำรัส พิชัยพรหม · จำเลย - นางสาวบัวเขียว ปาละธรรม ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน · ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนเฉพาะคดีของ - สิบตรีกมล ปาละธรรม · ปาละธรรม - นายสวัสดิ์ ปาละธรรม นางสาวแสงอรุณ ปาละธรรม เด็กชายสุรพล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน · ศาลอุทธรณ์ - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3996/2541ฎีกา 5801/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1763/2551ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2159/2556ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 7732/2552ฎีกา 958/2552ฎีกา 2169/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา