⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1254/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ถือเป็นคำพิพากษาที่อุทธรณ์ได้ แม้คู่ความจะมิได้โต้แย้งคำสั่งงดสืบพยานไว้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้อง คำให้การ แล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัว มิได้ฟ้องในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ ดังนี้ เป็นการพิพากษายกฟ้องโดยข้อกฎหมายมิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานโดยอาศัยข้อเท็จจริงในคดี ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมาย อันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 227 แม้โจทก์จะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยไว้ โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นนั้นได้ (อ้างฎีกาที่ 1689/2497)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายหอมกลุ่น กสิวิทย์ อายุ ๑๕ ปี และเป็นนักเรียนโรงเรียนวัดบ่อแร่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นครูประจำชั้นโรงเรียนวัดบ่อแร่ได้มาขอแรงนักเรียนประมาณ ๑๕ คน ซึ่งมีนายหอมกลุ่นรวมอยู่ด้วย ให้ไปยกท่อนไม้ที่ตัดทิ้งไว้ในโรงเรียนออกไปทิ้ง โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ควบคุมสั่งให้ยกขณะยกท่อนไม้ได้อุบัติเหตุหลุดจากมือ เป็นเหตุให้ทับขาขวาของนายหอมกลุ่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ๑ เดือน ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นครูใหญ่ปกครองควบคุมดูแลรับผิดชอบนักเรียนทั้งโรงเรียน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดและประมาทปราศจากความระมัดระวัง ฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงมหาดไทยซึ่งจำเลยทั้งสองสังกัดอยู่และระหว่างเกิดเหตุ นายหอมกลุ่นอยู่ในความปกครองดูแลของจำเลยทั้งสอง เป็นเหตุให้โจทก์กับนายหอมกลุ่นเสียหาย โดยโจทก์ต้องละทิ้งการประกอบอาชีพไปพยาบาลรักษา เสียค่ายา ค่ารักษาบาดแผลค่าโรงพยาบาล และค่าพาหนะไปพยาบาลบุตร เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาทนายหอมกลุ่นได้รับอันตรายทุพพลภาพ ไม่อาจศึกษาต่อและไม่สามารถประกอบการเลี้ยงชีพโดยสมบูรณ์ ต้องสูญเสียความหวังชีวิตสมรสในอนาคต ต้องทนทุกข์เวทนาระทมใจตลอดชีวิต คิดค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี และตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้อง คำให้การแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวมิได้ฟ้องในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของนายหอมกลุ่นบุตรผู้เยาว์โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์ฟ้องทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของนายหอมกลุ่นบุตรผู้เยาว์ โจทก์เสียค่าใช้จ่ายไปย่อมมีอำนาจฟ้องในฐานะส่วนตัวได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสองฎีกา ข้อที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัว ทั้งโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าโจทก์ฟ้องแทนบุตรผู้เยาว์นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัว ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์เห็นได้ว่าโจทก์ฟ้องสองฐานะคือ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรโจทก์ด้วย ข้อที่จำเลยฎีกาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์มิได้โต้แย้งจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖(๒) นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องโดยข้อกฎหมาย มิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานโดยอาศัยข้อเท็จจริงในคดีเช่นนี้ ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔ (อ้างฎีกาที่ ๑๖๘๙/๒๔๙๗) เมื่อเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นดังกล่าว จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาดังบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๗ ดังนั้น แม้โจทก์จะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยไว้โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวนั้นได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2517 นางทอง กสิวิทย์ (หม้าย) ผู้แทนโดยชอบธรรมของ นายหอมกลุ่น กสิวิทย์ ผู้เยาว์ โจทก์ นายสายันต์ เทียรถาวร กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้แทนโดยชอบธรรมของ - นางทอง กสิวิทย์ (หม้าย) · โจทก์ - นายหอมกลุ่น กสิวิทย์ ผู้เยาว์ · จำเลย - นายสายันต์ เทียรถาวร กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · สวัสดิ์ ภู่งาม · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายสมชัย สายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายประถม วิเชียรเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 225/2530ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 789/2544ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 1376/2520ฎีกา 352/2498ฎีกา 729/2492ฎีกา 801/2515ฎีกา 1333/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา