คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1266/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคำพิพากษาศาลฎีกามีข้อความแจ้งชัดแล้ว ไม่จำต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม และหากโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามคำพิพากษา โจทก์ชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีในคดีดังกล่าวต่อไป
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาอธิบายคำพิพากษาศาลฎีกาว่า จะใช้คำพิพากษาศาลใดบังคับ ศาลชั้นต้นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาสั่งโดยตรง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่พิพากษายืนตามศาลล่างว่าทรัพย์พิพาทตามฟ้องไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องนั้น มีข้อความแจ้งชัด ไม่จำต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม ทั้งกรณีมิใช่คำพิพากษามีข้อผิดพลาด หรือข้อผิดหลงเล็กน้อย หรือจะต้องมีการบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์พิพาทอย่างใดอีก
ตามคำร้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามคำพิพากษาในคดีแพ่งของศาลชั้นต้น หมายเลขแดงที่ 24/2512โจทก์ชอบที่จะไปดำเนินการบังคับคดีในคดีดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิม ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลล่าง ว่าทรัพย์พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ยื่นคำร้องว่า สำหรับเรือนและที่ดินปลูกบ้านตามฟ้อง
โจทก์เห็นด้วยที่พิพากษายกฟ้อง จึงมิได้อุทธรณ์ฎีกา คงอุทธรณ์ฎีกาเฉพาะนาพิพาท ๒ แปลง และหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้แล้ว นางบัวภริยาโจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลจังหวัดสกลนครเรียกทรัพย์เฉพาะรายนี้คืนจากจำเลย ศาลจำหน่ายคดี คดีแดงที่ ๑/๒๕๑๒ โจทก์ในฐานะทายาทจึงฟ้องคดีแทนต่อมาตามคดีแดงที่ ๒๔/๒๕๑๒ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งที่ปลูกบ้านและเรือนอันเป็นสินสมรสของโจทก์และนางบัว ออกเป็น ๓ ส่วนให้โจทก์ได้ ๒ ส่วน นางบัวได้ ๑ ส่วน ส่วนของนางบัวให้แบ่งเป็น ๓ ส่วน ตกได้แก่โจทก์ ๑ ส่วน ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง ๒๒ ธันวาคม ๒๕๑๓ คดีถึงที่สุดส่วนคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๑๕ คำพิพากษาได้วินิจฉัยถึงเรือนและที่ดินปลูกบ้านที่โจทก์แยกฟ้องต่างหากดังกล่าวด้วย เกิดเป็นปัญหาในชั้นบังคับคดี โจทก์จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัย อธิบายคำพิพากษาของศาลฎีกาว่า จะใช้คำพิพากษาศาลใดบังคับเกี่ยวกับเรือนและที่ปลูกบ้านอันเป็นทรัพย์พิพาทกันในคดีแดงที่ ๒๔/๒๕๑๒
ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีกฎหมายให้ผู้ร้องกระทำได้ตามคำร้อง ไม่รับคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาอธิบายคำพิพากษาของศาลฎีกา ว่าจะใช้คำพิพากษาศาลใดบังคับ ที่ถูกศาลชั้นต้นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาสั่งโดยตรง แต่ศาลชั้นต้นกลับสั่งไม่รับคำร้องโจทก์จึงต้องอุทธรณ์ฎีกาต่อมา คำพิพากษาศาลฎีกาที่พิพากษายืนตามศาลล่าง ว่าทรัพย์พิพาทตามฟ้องไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้องนั้น มีข้อความแจ้งชัด ไม่จำต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติมทั้งกรณีมิใช่คำพิพากษามีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย หรือจะต้องมีการบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์พิพาทในคดีนี้อย่างใดอีก ตามคำร้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามคำพิพากษาในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ ๒๔/๒๕๑๒ โจทก์ชอบที่จะไปดำเนินการบังคับคดีในคดีดังกล่าวหาใช่มาร้องขอในคดีนี้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1266/2517
นายแอ่ง มะอินทร์ โจทก์
นางติน โยยะลา ที่ 1 นายสาย โยยะลา ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแอ่ง มะอินทร์ · จำเลย - นางติน โยยะลา ที่ 1 นายสาย โยยะลา ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม จาละ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายดุสิต โหบุราณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธิ บัวแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา