คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยรับว่าเป็นบริวาร ย่อมอยู่ภายใต้บังคับของคำพิพากษาให้ขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยได้รับคำพิพากษาให้ปฏิบัติตามได้ แม้คำพิพากษาจะไม่ได้ระบุชื่อผู้เช่าโดยตรงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลย และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่าของโจทก์ที่ให้จำเลยเช่า จำเลยจะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา คือต้องออกและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดิน
การที่มีผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างอยู่โดยจำเลยรับว่าผู้เช่าเป็นบริวารของจำเลยมาแต่ต้นจำเลยจะโต้เถียงภายหลังว่า ผู้เช่าไม่ใช่บริวารย่อมไม่ได้
เมื่อจำเลยเป็นผู้ให้เช่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโจทก์ แม้คำพิพากษาจะมิได้สั่งให้ผู้เช่าซึ่งเป็นบริวารจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์คำพิพากษาย่อมใช้บังคับขับไล่ผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างได้ด้วย จำเลยจะอ้างเป็นเหตุไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ศาลพิพากษาให้รื้อหาได้ไม่
อ. โจทก์ในคดีแพ่งแดงที่ 82/2514 ยึดห้องแถวและสิ่งปลูกสร้างไว้ตามคำสั่งศาล ไม่เป็นเหตุให้ศาลงดการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีนี้ เพราะการที่จำเลยจะต้องรื้อห้องแถวและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์เป็นการกระทำโดยคำสั่งศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่าของโจทก์ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามจนล่วงเลยกำหนดตามคำบังคับแล้ว ขอให้ศาลออกหมายจับจำเลยมากักขังต่อไปศาลชั้นต้นได้หมายเรียกจำเลยมาสอบถาม จำเลยแถลงว่าสิ่งปลูกสร้างของจำเลยได้ถูกนายอโนทัย เพียรมุ่งสัมพันธ์ โจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๘๒/๒๕๑๔ ของศาลจังหวัดสุรินทร์ นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดไว้และอยู่ในระหว่างประกาศขายทอดตลาด นายสุรพงษ์ ธนสุนทรยื่นคำร้องขัดทรัพย์ แต่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง นายสุรพงษ์ ธนสุนทรอุทธรณ์คำสั่ง ทั้งขณะนี้มีบริวารของจำเลยเช่าอยู่ จำเลยจึงไม่อาจปฏิบัติตามคำบังคับได้
ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาทภายใน ๓๐ วัน หากพ้นกำหนดจำเลยยังไม่รื้อถอน ให้โจทก์จัดการรื้อถอนเองโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลย และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่าของโจทก์ซึ่งเป็นที่ดินที่ให้จำเลยเช่าคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา คือจำเลยจะต้องออกและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินซึ่งโจทก์ให้จำเลยเช่านี้ การที่มีผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างอยู่ จำเลยก็รับว่าผู้เช่าเป็นบริวารของจำเลยมาแต่ต้น จำเลยจะโต้เถียงในภายหลังว่าผู้เช่าไม่ใช่บริวารของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น เมื่อจำเลยเป็นผู้ที่ให้เช่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของโจทก์แม้คำพิพากษาของศาลจะมิได้สั่งให้ผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นบริวารของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์ คำพิพากษาของศาลย่อมใช้บังคับคดีขับไล่ผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างนั้นได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒(๑) จำเลยจะมาอ้างเป็นเหตุไม่ยอมรื้อถอนไปหาได้ไม่
ส่วนที่นายอโนทัย เพียรมุ่งสัมพันธ์ โจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๘๒/๒๕๑๔ ได้ทำการยึดห้องแถวและสิ่งปลูกสร้างไว้ตามคำสั่งของศาลนั้นเห็นว่าไม่เป็นเหตุให้ศาลงดการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีนี้ เพราะการที่จำเลยจะต้องรื้อห้องแถวและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์นั้น เป็นการกระทำโดยคำสั่งศาล จำเลยมิได้กระทำโดยพลการแต่อย่างใด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2517
นายวิจารณ์ สุจินพราหม โจทก์
นายสินชัย ธนสมุทร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิจารณ์ สุจินพราหม · จำเลย - นายสินชัย ธนสมุทร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม จาละ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม ดุลยสุข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา