⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 166/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่ใช้บังคับในภายหลัง จะต้องเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังกฎหมายนั้นมีผลบังคับใช้ หากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ จะต้องลงโทษตามกฎหมายเดิมที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น

ย่อคำพิพากษา

การกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินและมีโทษตามมาตรา 108 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ข้อ 11 นั้น จะต้องเป็นการฝ่าฝืนนับแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวใช้บังคับ แต่การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนอยู่ก่อนซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 9 ประกอบด้วยมาตรา 108 เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษตามมาตรา 9ประกอบด้วยมาตรา 108 จึงลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ม.11 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.108 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐและทำให้เสื่อมสภาพที่ดินของรัฐ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓กับสั่งริบรถยนต์หนึ่งคัน และผานพวง อุปกรณ์ของรถ ซึ่งเป็นยานพาหนะและเครื่องมือเครื่องใช้ในการกระทำความผิด และสั่งให้จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๙๖ ข้อ ๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ให้ลงโทษจำเลยฐานยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐกระทงหนึ่ง วางโทษจำคุกคนละ๓ เดือน และฐานทำให้ที่ดินหวงห้ามของรัฐเสื่อมสภาพที่ดินอีกกระทงหนึ่งวางโทษจำคุกคนละ ๓ เดือน คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยคนละ ๔ เดือน ริบของกลาง และให้จำเลยทั้งสองออกไปจากที่ดินด้วย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ คืนของกลางให้เจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้เข้าไปครอบครองทำกินในสถานที่เกิดเหตุมาก่อน วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๑๕ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ได้กระทำผิดสิบกว่าปี และจำเลยที่ ๒ ก็เข้าไปช่วยจำเลยที่ ๑ไถที่ดินเท่านั้น จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ข้อ ๑๑ ที่โจทก์ขอให้ลงโทษ เพราะการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙ และมีโทษตามมาตรา ๑๐๘ ทวินั้น จะต้องเป็นการฝ่าฝืนนับแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวใช้บังคับ คือนับแต่วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๕ เป็นต้นไป แต่การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙ อยู่ก่อนวันดังกล่าวซึ่งจะมีโทษตามมาตรา ๑๐๘ ต้องประกอบด้วยจำเลยฝ่าฝืนเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบที่คณะกรรมการตามกฎหมายนี้ได้กำหนดทั้งจะต้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งเป็นหนังสือให้ออกจากที่ดินพิพาทด้วย แต่โจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษตามมาตรา ๙ ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๘ ดังกล่าวนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว จึงพร้อมกันพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2517 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นายประเสริฐ นัคราโรจน์ ที่ 1 นายเชาวน์ นัคราโรจน์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นายประเสริฐ นัคราโรจน์ ที่ 1 นายเชาวน์ นัคราโรจน์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายเพียร สุมิระ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร ศิลปไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498ฎีกา 4328/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา