⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1710/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่หลังจากศาลสั่งว่าขาดนัดพิจารณาและมีคำพิพากษาไปแล้ว ศาลชอบที่จะรับคำร้องนั้นไว้พิจารณาต่อไปได้ แม้ทนายจำเลยจะแถลงว่ายังไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยไม่มาศาล โดยไม่ทราบเหตุขัดข้องศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณา ให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วโจทก์แถลงหมดพยาน ศาลสั่งนัดสืบพยานจำเลยก่อนถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ คำร้องของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นคำร้องที่อ้างว่าการขาดนัดพิจารณานั้น มิได้เป็นไปโดยจงใจ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 แม้เมื่อถึงวันนัดนั้นทนายจำเลยจะแถลงว่ายังไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ ซึ่งถือว่าจำเลยทิ้งคำร้องก็ตาม ก็ไม่เป็นผลให้ตัดสิทธิจำเลยที่จะยื่นคำขอให้มีการพิจารณาใหม่หลังจากที่ศาลได้สั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีในประเด็นที่พิพาทแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 และเมื่อจำเลยมีคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อีกโดยถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ก็ชอบที่ศาลจะรับคำร้องของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่ารถยนต์เป็นเงิน ๔๕,๕๔๙ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดรวมเป็นเงิน ๕๑,๑๔๒ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถ ไม่เคยเช่ารถจากโจทก์ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อน ในวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๑๕ จำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจึงสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว โจทก์นำพยานเข้าสืบแล้วแถลงหมดพยาน ศาลนัดสืบพยานจำเลยวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๑๕ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๕ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างเหตุว่าทนายจำเลยได้นำเรือออกทะเลไปกิจธุระส่วนตัวที่เกาะอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เรือเกิดเสียต้องหยุดซ่อมแซมที่เกาะถึง ๓ วัน ไม่สามารถแจ้งเหตุให้ศาลทราบ และไม่สามารถมาศาลในวันนัดได้ ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำเนาให้โจทก์นัดไต่สวน ครั้นถึงวันนัดไต่สวนวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๑๕ ทนายจำเลยแถลงว่ายังไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทิ้งคำร้อง จึงให้ยกคำร้องเสียทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ ไม่ต้องนัดสืบพยานจำเลย คดีเสร็จการพิจารณาแล้วพิพากษาเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๑๕ ให้จำเลยชำระค่าเช่า ๔๕,๕๔๙ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๓จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยได้รับคำบังคับตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๑๖ จำเลยจึงยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ ขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาโดยกล่าวถึงเหตุจำเป็นของทนายจำเลยเช่นเดียวกับคำร้องที่ยื่นเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๕ และมีข้อคัดค้านคำพิพากษาของศาลที่ให้จำเลยแพ้คดี ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยเคยขอพิจารณาใหม่เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๕ แล้วทิ้งคำร้องนั้นเสียจำเลยจะมาขอพิจารณาคดีใหม่อีกไม่ได้ ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอของจำเลยไว้ดำเนินการ แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๕ นั้น เป็นคำร้องที่ยื่นต่อศาลในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว และจำเลยมาศาลภายหลังที่ได้สืบพยานโจทก์ไปแล้ว แต่ยังอยู่ในระหว่างนัดสืบพยานจำเลยต่อไป คำร้องของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นคำร้องที่อ้างว่าการขาดนัดพิจารณานั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ แม้เมื่อถึงวันนัดไต่สวนคำร้องนั้น ทนายจำเลยจะแถลงว่ายังไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ ซึ่งถือว่าจำเลยทิ้งคำร้องก็ตามก็ไม่เป็นผลให้ตัดสิทธิจำเลยที่จะยื่นคำขอให้มีการพิจารณาใหม่หลังจากที่ศาลได้สั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีในประเด็นที่พิพาทแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๗ และเมื่อจำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ตามคำร้องลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ โดยถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๘ ก็ชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องรับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยดังกล่าวไว้ดำเนินการต่อไป ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2517 นายสุขสันติ อุระ โจทก์ นายธนพงษ์ วังศิริไพศาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุขสันติ อุระ · จำเลย - นายธนพงษ์ วังศิริไพศาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสนอ ศรนิยม · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1777/2499ฎีกา 1158/2521ฎีกา 369/2524ฎีกา 356/2530ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 171/2513ฎีกา 5414/2536ฎีกา 3909/2535ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 5011/2532ฎีกา 324/2503ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534ฎีกา 925/2526ฎีกา 2430/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา