⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1893/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1893/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมายเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยในข้อเท็จจริงแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมโดยอ้างว่าคดีขาดอายุความแล้ว โจทก์ฎีกาว่าการนำสืบของโจทก์สำหรับข้อหาทั้งสองข้อเท็จจริงพอฟังว่าคดีมีมูลดังนี้ ไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อหานำสืบแสดงพยานหลักฐานเท็จ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้แล้วว่าเอกสารที่จำเลยนำสืบเป็นเอกสารปลอมและในข้อหาเบิกความเท็จ วินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเบิกความเท็จในตอนใด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาทั้งสองนี้ว่ายังไม่มีการพิสูจน์ว่าเอกสารนั้นปลอม จำเลยเบิกความว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงไปตามความเชื่อของตนดังนี้ เป็นการวินิจฉัยในข้อเท็จจริงเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 และด้วยเหตุนี้ จึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ขอให้สืบพยานเพิ่มเติม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ปลอมเอกสาร ส.ค.๑ ฉบับเลขที่ ๑๒๘ จำเลยที่ ๒ ปลอมเอกสาร ส.ค.๑ เลขที่ ๑๗๕ แล้วจำเลยที่ ๑, ๒ และ ๓ ร่วมกันนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปใช้อ้างและนำสืบแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ทั้งเบิกความเท็จรับรองเอกสารดังกล่าวในคดีหมายเลขดำที่ ๙๙/๒๕๑๓ หมายเลขแดงที่ ๖๙/๒๕๑๔ ของศาลจังหวัดสกลนครขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๙๑, ๑๗๗, ๑๘๐,๒๖๔, ๒๖๖, ๒๖๗, ๒๖๘ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีของโจทก์ไม่มีมูลพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องว่าขาดอายุความแล้ว โจทก์ฎีกาว่า การนำสืบของโจทก์สำหรับข้อหาทั้งสองข้อเท็จจริงพอฟังว่าคดีมีมูลฎีกาเช่นนี้ไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายส่วนข้อหานำสืบแสดงพยานหลักฐานเท็จ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้แล้วว่าเอกสารที่จำเลยนำสืบแสดงพยานหลักฐานเป็นเอกสารปลอมข้อหาเบิกความเท็จ วินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเบิกความเท็จในตอนใดเป็นการวินิจฉัยในข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อหาทั้งสองนี้ว่ายังไม่มีการพิสูจน์ว่าเอกสารนั้นปลอมจำเลยเบิกความว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงไปตามความเชื่อของตนเป็นการวินิจฉัยในข้อเท็จจริงเมื่อข้อหาทั้งสองดังกล่าว ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้อีกเช่นกัน และด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ขอสืบพยานเพิ่มเติม พิพากษาให้ยกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1893/2517 วัดศรีจอมธาตุ โดยพระอธิการโกเมนทร์ ฐานรโต เจ้าอาวาส โจทก์ นายจิระ ศรีประทุมวงศ์ กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดศรีจอมธาตุ โดยพระอธิการโกเมนทร์ ฐานรโต เจ้าอาวาส · จำเลย - นายจิระ ศรีประทุมวงศ์ กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ล้วน นิลกำแหง · ดวง ดีวาจิน · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายพันธาวุธ ปาณิกบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายประกาศ บุณโยดม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2152/2527ฎีกา 2546/2527ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 2360/2539ฎีกา 5259/2546ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 501/2494ฎีกา 191/2520ฎีกา 686/2523ฎีกา 767/2490ฎีกา 34/2491ฎีกา 7603/2551ฎีกา 3789/2532ฎีกา 1821/2493ฎีกา 13/2531ฎีกา 6121/2548ฎีกา 1918-1919/2492ฎีกา 1050/2514ฎีกา 729/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา