⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 196/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลตกลงเข้าหุ้นกันเพื่อจัดตั้งบริษัท แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด และไม่ได้ปรากฏว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ย่อมถือว่ากิจการอันตกลงร่วมหุ้นกันนั้นยังไม่จัดตั้งขึ้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้ขอรับชำระหนี้กับจำเลยตกลงเข้าหุ้นกันเพื่อจะจัดตั้งบริษัททำการจัดสรรที่ดินและอาคารให้เช่าโดยให้ชื่อว่าบริษัทสยามอาคารซึ่งไม่มีคำว่าจำกัด ไว้ปลายชื่อและไม่ปรากฏว่าจะเป็นบริษัทจำกัดหรือเพียงใช้ชื่อบริษัทแต่ความจริงเป็นหุ้นส่วน ผู้ขอรับชำระหนี้ได้ชำระเงินค่าหุ้นให้จำเลยรับไว้แล้ว และบริษัทได้มีการเริ่มงานไปบ้างแล้วโดยหุ้นส่วนทุกคนมอบให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินกิจการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่ผู้เดียว ดังนั้น บริษัทดังกล่าวจึงมิใช่บริษัทจำกัด แม้จะมิได้มีการจดทะเบียนก็จะถือว่ากิจการอันตกลงร่วมหุ้นกันนั้นยังไม่จัดตั้งขึ้นหาได้ไม่ จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1112 มาปรับแก่กรณีมิได้ ผู้ขอรับชำระหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินค่าหุ้นคืนจากจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1042 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1098 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1103 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1112 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เนื่องจากศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย นายเกรียง อู่อุดมยิ่ง ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่า ผู้ขอรับชำระหนี้ควรได้รับชำระหนี้ตามเช็ค 40,000 บาท ส่วนหนี้เงินค่าหุ้นอีก 250,000 บาท ควรยกคำขอเสีย ศาลแพ่งมีคำสั่งเห็นชอบตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้น เป็นให้ผู้ขอรับชำระหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 250,000 บาทด้วย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ปัญหาว่าผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนวน 250,000บาทนี้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามทางสอบสวนไม่ปรากฏเลยว่าบริษัทซึ่งผู้ขอรับชำระหนี้และจำเลยตกลงเข้าหุ้นกันนั้น เป็นบริษัทจำกัดตามกฎหมาย หรือเพียงใช้ชื่อบริษัทแต่ความจริงเป็นหุ้นส่วน ในเรื่องบริษัทจำกัดนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1098 บัญญัติว่า "หนังสือบริคณห์สนธิต้องมีรายการดังต่อไปนี้ คือ (1) ชื่อบริษัทอันคิดจะตั้งขึ้นซึ่งต้องมีคำว่า "จำกัด" ไว้ปลายชื่อนั้นด้วยเสมอไป" และมาตรา 1103 ก็บัญญัติว่า บรรดาหนังสือชี้ชวนและหนังสือบอกกล่าวป่าวร้องหรือหนังสืออย่างอื่นในการชักชวนให้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุก ๆ ฉบับ ต้องมีข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิด้วย แต่ปรากฏตามอุทธรณ์ของผู้ขอรับชำระหนี้ว่า จำเลยชักชวนให้ผู้ขอรับชำระหนี้เข้าชื่อซื้อหุ้น "บริษัทสยามอาคาร" ไม่มีคำว่า จำกัด ไว้ปลายชื่อด้วย และข้อเท็จจริงตามทางสอบสวนยังได้ความด้วยว่า บริษัทที่ผู้ขอรับชำระหนี้และจำเลยตกลงร่วมหุ้นกัน ได้มีการเริ่มงานจัดสรรที่ดินและก่อสร้างอาคารไปบ้างแล้ว โดยหุ้นส่วนทุกคนมอบให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินกิจการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่ผู้เดียว ดังนั้น บริษัทที่จำเลยชักชวนให้ผู้ขอรับชำระหนี้เข้าถือหุ้นจึงมิใช่บริษัทจำกัด เมื่อบริษัทสยามอาคารไม่ใช่บริษัทจำกัด แม้จะมิได้มีการจดทะเบียน ก็จะถือว่ากิจการอันตกลงร่วมหุ้นกันนั้นยังไม่จัดตั้งขึ้นหาได้ไม่ จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1112 มาปรับแก่กรณีมิได้ ผู้ขอรับชำระหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินค่าหุ้นคืนจากจำเลย พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2517 นายอดิศักดิ์ ศรีรัตนากร โจทก์ นายสุรินทร์ จงสวัสดิ์ จำเลย ผู้ขอรับชำระหนี้ จำเลย นายเกรียง อู่อุดมยิ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอดิศักดิ์ ศรีรัตนากร · จำเลย - นายสุรินทร์ จงสวัสดิ์ · จำเลย - ผู้ขอรับชำระหนี้ · จำเลย - นายเกรียง อู่อุดมยิ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สรรเสริญ ไกรจิตติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 522/2473ฎีกา 536/2526ฎีกา 2624/2551ฎีกา 1444/2523ฎีกา 1462/2565ฎีกา 5523/2536ฎีกา 3740-3741/2542ฎีกา 1506/2542ฎีกา 1001/2509ฎีกา 4642/2540ฎีกา 275/2567ฎีกา 314/2510ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 865/2510ฎีกา 9487/2558ฎีกา 946/2509ฎีกา 2634/2534ฎีกา 4275/2560ฎีกา 484/2507ฎีกา 374/2534ฎีกา 1632/2535ฎีกา 4851/2545ฎีกา 12518/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา