⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2046/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์มีผลสมบูรณ์ทันทีเมื่อแสดงเจตนา และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกลับคืนเป็นทางส่วนบุคคลได้.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยยื่นคำขอแบ่งแยกโฉนดที่ดินซอยพิพาทซึ่งมีผู้ใช้สัญจรไปมาอยู่แล้วให้เป็นทางสาธารณประโยชน์และเคยทำบันทึกตกลงยกถนนซอยพิพาทให้แก่สุขาภิบาลแสดงว่าจำเลยได้แสดงเจตนาอุทิศซอยพิพาทให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แล้วย่อมมีผลทำให้ถนนซอยพิพาทตกเป็นทางสาธารณประโยชน์โดยทันที แม้จำเลยยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ขอยกเลิกคำขอจดทะเบียนแบ่งแยกเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ยื่นไว้แต่เดิมก็ดี หรือจำเลยบอกเลิกการยกให้ถนนซอยพิพาทต่อสุขาภิบาลก็ดี หาทำให้ถนนซอยพิพาทซึ่งได้กลายสภาพเป็นทางสาธารณประโยชน์ไปแล้วเปลี่ยนสภาพกลับคืนมาเป็นทางเอกชนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.117 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อที่ดินโฉนดที่ ๕๘๐ เฉพาะส่วนกรรมสิทธิ์ของนายประเสริฐ นางสายบัว นางละมุด นางละม้าย และจำเลยส่วนที่ดินที่เหลือจำเลยตกลงกับโจทก์ยอมยกให้ทำถนนต่อจากถนนในที่ดินโฉนดที่ ๕๗๘ เพื่อให้เจ้าของที่ดินทั้งห้ารายมีทางออกต่อมานายสอยได้รับเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท แทนจำเลยเป็นค่าตอบแทนที่จะจัดการให้จำเลยกับพวกซึ่งเป็นเจ้าของยกที่ดินโฉนดที่ ๕๗๘ ให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ รวมทั้งนำโฉนดไปยื่นแบ่งแยกให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ด้วย ต่อมาจำเลยกลับใจไม่ยอมไปจดทะเบียนแบ่งแยกหักที่ดินออกเป็นทางสาธารณะ ขอศาลได้บังคับจำเลยแบ่งแยกหักที่ดินโฉนดที่ ๕๗๘ เพื่อให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ตกลงกับโจทก์เกี่ยวกับการทำถนนต่อจากถนนในที่ดินโฉนดที่ ๕๗๘ จำเลยไม่เคยรับเงินจากโจทก์เป็นค่าตอบแทนที่ยกถนนในโฉนดที่ ๕๗๘ ให้เป็นทางสาธารณะ จำเลยไม่เคยมอบอำนาจให้นายสอยไปยื่นขอแบ่งแยกซอยสายหยุดอุทิศให้เป็นทางสาธารณะโจทก์กระทำการไม่สุจริต โดยให้นายสอยนำใบมอบอำนาจที่จำเลยพิมพ์ลายนิ้วมือแล้วไปกรอกข้อความเอาเอง จำเลยทราบจึงระงับการแบ่งแยกดังกล่าว นายสอยไม่เคยแสดงเจตนายกถนนซอยสายหยุดอุทิศให้แก่สุขาภิบาลบางเขน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม วันสืบพยานโจทก์ คู่ความท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเอกสารที่คู่ความอ้างส่งศาลประกอบกับคำฟ้อง และคำให้การโดยไม่ติดใจสืบพยานอื่นในประเด็นข้อเดียวว่าจำเลยยกซอยสายหยุดอุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แล้วหรือไม่ หากฟังได้ดังนั้นจำเลยยอมแพ้หากฟังไม่ได้โจทก์ยอมแพ้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ยกซอยสายหยุดอุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว จำเลยจึงต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกหักที่ดินตามโฉนดที่ ๕๗๘ ซึ่งจำเลยอุทิศให้เป็นซอยสายหยุดอุทิศ และทำการรังวัดไว้แล้ว ออกเป็นถนนสาธารณประโยชน์ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดที่ ๕๘๐ จากจำเลยและผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมแล้ว นายสอยบุตรของจำเลยได้รับเงินค่าตอบแทนจำนวนหนึ่งไปจากโจทก์ โดยรับรองว่าจะให้จำเลยและพวกซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๕๗๘ ยอมยกที่ดินถนนซอยสายหยุดอุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ รวมทั้งไปจดทะเบียนแบ่งแยกให้ด้วยหลังจากนายสอยได้รับเงินไปจากโจทก์เพียง ๗ วัน จำเลยก็มอบอำนาจให้นายสอยบุตรของจำเลยไปยื่นคำขอแบ่งแยกที่ดินถนนซอยสายหยุดอุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ แม้การจดทะเบียนแบ่งแยกจะมิได้ทำให้สำเร็จลุล่วงไปเพราะจำเลยได้ยื่นคำขอยกเลิกคำขอแบ่งแยกเดิมเสียก่อนก็ตาม เมื่อได้พิจารณาสภาพของถนนซอยสายหยุดอุทิศที่เจ้าของที่ดินได้จดทะเบียนเป็นทางภารจำยอมของที่ดินโฉนดที่ ๕๘๐ และที่ดินโฉนดที่ ๕๔๘ ประกอบแล้ว แสดงว่ามีผู้ใช้สอยถนนซอยพิพาทมาก่อนที่จำเลยจะได้ไปยื่นคำขอให้จดทะเบียนแบ่งแยกดังกล่าวแล้ว เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการที่จำเลยยื่นคำขอแบ่งแยกโฉนดที่ดินถนนซอยพิพาทซึ่งมีผู้ใช้สัญจรไปมาอยู่แล้วให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าจำเลยแสดงเจตนาอุทิศถนนซอยพิพาทให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว ย่อมมีผลทำให้ถนนซอยพิพาทตกเป็นทางสาธารณประโยชน์โดยทันที ยิ่งกว่านั้น จำเลยได้ตกลงยกถนนซอยสายหยุดอุทิศให้แก่สุขาภิบาลบางเขนไปแล้วตามข้อความในหนังสือของจำเลยถึงนายอำเภอบางเขน ทางสุขาภิบาลก็ได้รับเอาเป็นถนนสาธารณประโยชน์แล้ว เป็นข้อสนับสนุนให้เห็นได้ชัดว่าถนนซอยสายหยุดอุทิศได้ตกเป็นทางสาธารณประโยชน์โดยสมบูรณ์แล้ว การที่จำเลยยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินขอยกเลิกคำขอจดทะเบียนแบ่งแยกเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ยื่นไว้แต่เดิมก็ดี หรือจำเลยบอกเลิกการยกให้ถนนซอยพิพาทแก่สุขาภิบาลบางเขนก็ดี หาทำให้ถนนซอยพิพาทซึ่งได้กลายสภาพเป็นทางสาธารณประโยชน์ไปแล้ว เปลี่ยนสภาพกลับคืนมาเป็นทางเอกชนแต่อย่างใดไม่ ที่ศาลทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2517 ว่าที่เรือตรีวิเชียร กลิ่นสุคนธ์ ร.น. โจทก์ นางสายหยุด แดงลิ้ม โดยร้อยตรีวัชรินทร์ วิบุลศิลป์ ผู้รับมอบอำนาจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ว่าที่เรือตรีวิเชียร กลิ่นสุคนธ์ ร.น. · จำเลย - นางสายหยุด แดงลิ้ม โดยร้อยตรีวัชรินทร์ วิบุลศิลป์ ผู้รับมอบอำนาจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอัมพล สุวรรณภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1534/2565ฎีกา 13107/2556ฎีกา 591/2531ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 609/2522ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 713/2512ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 3803/2538ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา