⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2049/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2049/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงกันโดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อไว้ทั้งสองฝ่ายให้ฝ่ายหนึ่งรับผิดแทนอีกฝ่ายหนึ่ง และอีกฝ่ายหนึ่งยอมสละทรัพย์มรดกส่วนของตนให้ ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ใช้บังคับได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ร้องเจาะจงสละที่ดินมรดกส่วนของผู้ร้องให้จำเลยโดยเฉพาะ ไม่ใช่การสละมรดกตามความในมาตรา 1612 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่การที่ผู้ร้องและจำเลยตกลงกันโดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อไว้ทั้งสองฝ่ายให้จำเลยเป็นผู้ใช้หนี้โจทก์แทนนาง อ. และผู้ร้องยอมสละที่ดินมรดกส่วนของตนให้จำเลย เช่นนี้มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 ใช้บังคับได้ และเมื่อผู้ร้องยอมสละส่วนมรดกของตนให้จำเลยไปแล้ว จึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินรายนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1612

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ จำเลยไม่ชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินมีโฉนด ๒ แปลง ผู้ร้องทั้งสี่จึงยื่นคำร้องว่าที่ดินแปลงโฉนดที่ ๑๐๒๐๕ ซึ่งมีชื่อนางอ้อย เถื่อนโตถือกรรมสิทธิ์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดมานั้น นางอ้อยถึงแก่กรรมไปแล้ว ที่ดินโฉนดดังกล่าวตกได้แก่จำเลย ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และนางม้อย นางม้อยถึงแก่กรรม ส่วนของนางม้อยตกได้แก่ผู้ร้องที่ ๔ ซึ่งเป็นบุตรผู้ร้องทั้งสี่และจำเลยจึงมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละส่วนเท่า ๆ กัน หากศาลขายทอดตลาดได้เงินสุทธิเท่าใดให้แบ่งออกเป็น ๕ ส่วน ให้จำเลย ๑ ส่วนอีก ๔ ส่วนกันไว้ให้ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า นางอ้อยกู้เงินโจทก์แล้วนำที่ดินโฉนดที่ ๑๐๒๐๕ ให้ยึดไว้เป็นประกันเมื่อนางอ้อยถึงแก่กรรม ผู้ร้องและจำเลยไม่มีเงินชำระหนี้โจทก์ จึงตกลงกันโดยผู้ร้องยอมยกที่ดินโฉนดที่ ๑๐๒๐๕ ให้จำเลยขอสละสิทธิไม่รับมรดกที่ดินแปลงนี้ ให้จำเลยรับใช้หนี้โจทก์แทนนางอ้อยโดยทำเป็นหนังสือไว้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิจะขอกันส่วน จำเลยคัดค้านทำนองเดียวกันกับโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่า หนังสือสละมรดกไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความใช้บังคับไม่ได้ เท่ากับไม่มีการสละมรดกพิพากษาให้แบ่งเงินสุทธิในการขายที่ดินโฉนดที่ ๑๐๒๐๕ ออกเป็น ๕ ส่วน กันให้ผู้ร้อง ๔ ส่วน เป็นของจำเลย ๑ ส่วน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า หนังสือสัญญาสละมรดกที่ผู้ร้องทั้งสี่ทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความในการสละมรดก แต่ผู้ร้องที่ ๔ ทำในขณะอายุเพียง ๑๙ ปี จะสละมรดกไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับการยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองและได้รับอนุมัติจากศาลแล้วด้วย การสละมรดกของผู้ร้องที่ ๔ จึงไม่มีผล เมื่อผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ทำหนังสือสัญญาสละมรดกให้แก่จำเลยแล้ว จึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินรายพิพาท พิพากษาแก้ให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ นอกจากที่แก้คำให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่า นางอ้อยเป็นหนี้โจทก์อยู่เมื่อนางอ้อยถึงแก่กรรม จำเลยและผู้ร้องตกลงกันโดยจำเลยเป็นผู้รับหนี้ของนางอ้อยไว้ และผู้ร้องยอมสละที่ดินมรดกส่วนของตนแปลงนี้ให้จำเลย โดยจำเลยมีภาระต้องชดใช้หนี้ของนางอ้อยแก่โจทก์ข้อตกลงนี้ได้ทำกันเป็นหนังสือ จำเลยและผู้ร้องทั้งสี่ลงลายมือชื่อไว้แล้วมอบให้นายโก้งเก็บรักษาไว้ แต่นายโก้งย้ายบ้านหนังสือนี้จึงหายไป ที่ผู้ร้องฎีกาว่าการสละมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑๒ หมายถึงการสละมรดกส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าจะให้แก่ทายาทคนใด แต่คดีนี้ผู้ร้องสละมรดกส่วนของตนให้จำเลย ถือว่าไม่เป็นการสละมรดก เมื่อไม่มีการสละมรดก ผู้ร้องจึงมีสิทธิในทรัพย์มรดกอยู่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการสละมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑๒ มีความหมายดังที่ผู้ร้องฎีกาขึ้นมา คดีนี้ผู้ร้องเจาะจงสละที่ดินมรดกส่วนของผู้ร้องให้จำเลยโดยเฉพาะ จึงไม่ใช่การสละมรดกตามความในกฎหมายมาตรานี้แต่การที่ผู้ร้องและจำเลยตกลงกันโดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อไว้ทั้งสองฝ่าย ให้จำเลยเป็นผู้ใช้หนี้โจทก์แทนนางอ้อยและผู้ร้องยอมสละที่ดินมรดกส่วนของตนให้จำเลยเช่นนี้ มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๕๐ ใช้บังคับได้ เมื่อผู้ร้องยอมสละส่วนมรดกของตนให้จำเลยไปแล้วจึงไม่มีสิทธิจะขอกันส่วนจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินรายนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2049/2517 นางบุญมี เพ็งคล้าย โจทก์ นายโต๊ะ เถื่อนโต จำเลย นางมัด โพธิ์คำ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญมี เพ็งคล้าย · จำเลย - นายโต๊ะ เถื่อนโต · ผู้ร้อง - นางมัด โพธิ์คำ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายประสงค์ อิฐรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิถี ปานะบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 3191/2547ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 3745/2530ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา