⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2072/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2072/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์เป็นพิเศษย่อมเป็นเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นมีสิทธิฟ้องบังคับให้ระงับหรือรื้อถอนการกระทำนั้นได้ แม้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะมีทางใช้ประโยชน์อื่นอยู่แล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

บ้านเรือนที่จำเลยปลูกอยู่ที่ชายตลิ่งหน้าที่ดินของโจทก์บังหน้าที่ดินของโจทก์ย่อมทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินติดต่อที่ชายตลิ่งเสียหาย คือไม่อาจใช้หรือรับประโยชน์จากที่ชายตลิ่งอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ส่วนนั้นได้ต่อไป ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษโจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อเรือนให้พ้นหน้าที่ดินของโจทก์เพื่อยังความเสียหายให้สิ้นไปได้จำเลยจะอ้างว่าโจทก์มีท่าน้ำเป็นสะพานคอนกรีตในที่ดินของโจทก์อีกแปลงหนึ่งซึ่งอยู่ติดกันโดยโจทก์สามารถใช้สะพานนี้ลงคลองและใช้น้ำในคลองได้สะดวก โจทก์ไม่เสียหายหาได้ไม่ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 คุ้มครองสิทธิของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน)แต่ละแปลงไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๖๒๕๗เดิมจำเลยได้อาศัยที่ดินแปลงนี้บางส่วนปลูกเรือนอาศัยทางด้านชายตลิ่งริมคลองขนอน ครั้นต่อมาได้รื้อออกจากที่ดินของโจทก์ไปต่อเติมบ้านเรือนเดิมของจำเลยที่ปลูกอยู่ในที่ดินชายตลิ่งริมคลองขนอนซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทั้งหลัง เป็นการกีดขวางที่ดินและหน้าที่ดินของโจทก์ทางด้านคลองขนอนทำให้โจทก์ใช้ประโยชน์ในที่ดินชายตลิ่งริมคลองขนอนไม่ได้เหมือนเดิม โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนออกไปแล้วจำเลยไม่ยอมรื้อ จึงขอให้พิพากษาให้จำเลยรื้อบ้านเรือนและชานเรือนออกไปให้พ้นหน้าที่ดินของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า จำเลยปลูกเรือนอยู่อาศัยในที่ชายตลิ่งริมคลองขนอนอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทางทิศใต้ของที่ดินโจทก์จนมีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย เรือนจำเลยและที่ต่อเติมขยายออกไปไม่ได้บังหน้าที่ดินของโจทก์ โจทก์จะใช้ที่ดินด้านนี้ลงคลองขนอนได้สะดวกโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีสิทธิฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้ทำแผนที่พิพาทและไปเผชิญสืบที่พิพาทแล้วให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย พิพากษาให้จำเลยรื้อบ้านเรือนและชานเรือนของจำเลยออกไปให้พ้นหน้าที่ดินโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏจากแผนที่พิพาทและการไปเผชิญสืบยังไม่อาจฟังได้ว่าโจทก์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจริงหรือไม่ ควรให้มีการสืบพยานในประเด็นที่ว่านี้ พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานในประเด็นที่ว่าการที่จำเลยปลูกเรือนบังหน้าที่ดินโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายเกินควรจริงหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความเกี่ยวกับสภาพและตำแหน่งที่อยู่แห่งที่พิพาทพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดสิทธิของโจทก์จำเลยที่โต้เถียงกันตามมาตรา ๑๓๓๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้แล้ว และเห็นควรพิจารณาคดีนี้ไปโดยไม่สมควรต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลชั้นต้นไปเผชิญสืบและตามแผนที่พิพาทว่า เรือนจำเลยปลูกอยู่ชายตลิ่งริมคลองขนอน หน้าที่ดินของโจทก์โฉนดที่ดิน ๖๒๕๗ จำเลยปลูกเรือนอยู่เกือบเต็มหน้าที่ดินของโจทก์ หน้าที่ดินของโจทก์ยาวตามริมคลองขนอนประมาณ ๑๐ วาหรือ ๒๐ เมตร ตัวเรือนของจำเลยยาว ๑๑.๓๕ เมตร กว้าง ๕.๙๐ เมตร ชานเรือนยาว ๔ เมตร และมีบันไดทอดจากชานเรือนของจำเลยไปสุดเขตที่ดินของโจทก์ด้านทิศใต้สุดแนวเขตที่ดินโจทก์ ด้านทิศใต้ต่อกับที่ชายตลิ่งมีกอไผ่ขนาดใหญ่ ๑ กอขึ้นอยู่ และมีรั้วไม้กระดานกั้นยาว ๑.๕๐ เมตร คงเหลือทางตอนเหนือระหว่างระเบียงบ้านโจทก์กับระเบียงบ้านจำเลยซึ่งห่างกันประมาณ ๑ เมตร เห็นว่าบ้านเรือนที่จำเลยปลูกอยู่ที่ชายตลิ่งหน้าที่ดินของโจทก์บังหน้าที่ดินของโจทก์เช่นนี้ ย่อมทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินติดต่อที่ชายตลิ่งเสียหาย คือ ไม่อาจใช้หรือรับประโยชน์จากที่ชายตลิ่งอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ส่วนนั้นได้ต่อไปถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อเรือนให้พ้นหน้าที่ดินของโจทก์เพื่อยังความเสียหายให้สิ้นไปได้ จำเลยว่าโจทก์มีท่าน้ำเป็นสะพานคอนกรีตกว้างประมาณ ๑.๕๐ เมตร ยาว ๓ เมตรทอดลงคลองขนอน โจทก์สามารถใช้สะพานนี้ลงคลองและใช้น้ำในคลองได้สะดวกโจทก์ไม่เสียหายนั้น เห็นว่า สะพานดังกล่าวอยู่ในที่ดินโฉนดที่ ๓๕๗๑ ของโจทก์แม้จะอยู่ติดกันก็แยกเป็นอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน) คนละแปลงกันประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๗ คุ้มครองสิทธิของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์(ที่ดิน) แต่ละแปลงไป จำเลยจะอ้างสะพานที่อยู่นอกที่ดินแปลงที่พิพาทนี้มายังโจทก์ไม่ได้ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2072/2517 นางสาวเป้า พรประสิทธิ์ โจทก์ นายไชยา พรประสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวเป้า พรประสิทธิ์ · จำเลย - นายไชยา พรประสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ศิริ อติโพธิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายวิศิษฐ์ เสวกพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา