⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2185/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2185/2517

ป.พ.พ. ม.172, 448 · ป.วิ.แพ่ง ม.179

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีละเมิดต่อจำเลยร่วมที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกเข้ามาในคดีในฐานะจำเลย ถือเป็นการฟ้องคดีเมื่อวันที่ยื่นคำร้อง หากพ้นกำหนดอายุความนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ถึงตัวผู้ต้องรับผิด โจทก์จะฟ้องคดีต่อจำเลยร่วมไม่ได้อีกต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

ในคดีละเมิด โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีในฐานะเป็นจำเลย เท่ากับโจทก์ฟ้องจำเลยร่วมในวันยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั่นเอง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีในฐานะเป็นจำเลยพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ถึงตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อจำเลยร่วมยกอายุความขึ้นต่อสู้คดีโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยร่วมย่อมขาดอายุความ คำให้การเพิ่มเติมของจำเลยร่วมที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนไม่ใช่เป็นการรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องซึ่งจำเลยร่วมกระทำต่อโจทก์ถือไม่ได้ว่าเป็นการรับสภาพหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายยอร์ชลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์บรรทุก ก.ท.บ. ๖๕๕๕ตามทางการที่จ้างโดยประมาท ชนท้ายรถบรรทุก น.ฐ. ๐๔๒๒๙ ซึ่งจอดอยู่ทำให้รถบรรทุก น.ฐ. ๐๔๒๒๙ กระแทกท้ายรถยนต์นั่ง ก.ท.ม. ๕๒๑๒ และรถยนต์นั่ง ก.ท.ม. ๕๒๑๒ กระแทกต่อไปชนท้ายรถยนต์บรรทุก น.ฐ. ๐๑๑๓๙ซึ่งจอดเป็นคันหน้า เป็นเหตุให้นางสาวมยุรี บุตรโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด เป็นเงิน ๑๐๖,๙๐๑ บาทแก่โจทก์ คดีอยู่ระหว่างจำเลยยื่นคำให้การแก้คดี โจทก์ยื่นคำร้องว่าเหตุที่นางสาวมยุรีต้องได้รับบาดเจ็บและเสียหายนี้ เกิดจากนายเสน่ห์เกิดสนอง ลูกจ้างของนายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว ได้ขับรถยนต์บรรทุก น.ฐ. ๐๔๒๒๙ตามทางการที่จ้าง โดยประมาทด้วย ซึ่งนายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว ได้ทำหนังสือรับรองความเสียหาย และยอมรับผิดในความเสียหาย เป็นการรับสภาพหนี้โจทก์จึงขอเพิ่มเติมคำฟ้องเดิม โดยขอถือเอาข้อความตามคำร้องเป็นคำฟ้องเพิ่มเติม และขอให้ศาลหมายเรียกนายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว เข้ามาเป็นจำเลยร่วมและมีคำพิพากษาบังคับให้ร่วมกับจำเลยชำระค่าเสียหายตามคำขอท้ายฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยมิได้ยื่นคำให้การตามกำหนด โจทก์มิได้มีคำขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลย จำเลยร่วมให้การปฏิเสธความรับผิดหลายประการ กับให้การด้วยว่าฟ้องโจทก์กับคำร้องแก้ไขฟ้องของโจทก์และคำร้องเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นจำเลยในคดีขาดอายุความฟ้องร้อง จำเลยร่วมไม่เคยรับสภาพหนี้และคำรับสภาพหนี้ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ เหตุละเมิดเกิดเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๑๒โจทก์ฟ้องจำเลยวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๑๓ เนื่องจากวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๑๓เป็นวันหยุดราชการ ถือว่าโจทก์ฟ้องจำเลยภายในกำหนดอายุความ ๑ ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคแรก แต่โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง โดยขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีในฐานะเป็นจำเลยเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๑๓ เท่ากับโจทก์ฟ้องจำเลยร่วมในวันยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั่นเอง ซึ่งเกินกำหนด ๑ ปีนับแต่วันเหตุละเมิดได้เกิดขึ้น และตามทางพิจารณาเชื่อได้ว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดในวันที่เกิดเหตุและรู้ตัวจำเลยร่วมผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนหลังเกิดเหตุประมาณ ๑๐ วันเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยร่วมในวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๑๓ ฟังได้ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยร่วมเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวจำเลยร่วมผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีของโจทก์จึงขาดอายุความส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยร่วมทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย จ.๔๓ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษต้องถืออายุความ ๑๐ ปี นั้นได้พิเคราะห์แล้ว เอกสารหมาย จ.๔๓ เป็นเพียงคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยร่วมที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้องซึ่งจำเลยร่วมกระทำต่อโจทก์ ถือไม่ได้ว่าเป็นการรับสภาพหนี้ดังโจทก์อ้าง กรณีจึงต้องถืออายุความ ๑ ปีตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2185/2517 นางสาวมยุรี สรรพิทักษ์เสรี ผู้เยาว์โดยนายฉื่อหยิด แซ่เตียว บิดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นายยงค์ เหมือนแม้น จำเลย นายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความแซ่เตียว - นางสาวมยุรี สรรพิทักษ์เสรี ผู้เยาว์โดยนายฉื่อหยิด · โจทก์ - บิดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นายยงค์ เหมือนแม้น · จำเลยร่วม - นายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพศาล วิบุลศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2494/2553ฎีกา 15036/2558ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4790/2533ฎีกา 685/2550ฎีกา 6560/2555ฎีกา 7154/2551ฎีกา 7903/2568ฎีกา 13566/2558ฎีกา 2460/2517ฎีกา 4258/2541ฎีกา 873/2508ฎีกา 916/2509ฎีกา 1959/2529ฎีกา 352/2498ฎีกา 7231/2538ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา