⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2185/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2185/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีละเมิดต่อจำเลยร่วมที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกเข้ามาในคดีในฐานะจำเลย ถือเป็นการฟ้องคดีเมื่อวันที่ยื่นคำร้อง หากพ้นกำหนดอายุความนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ถึงตัวผู้ต้องรับผิด โจทก์จะฟ้องคดีต่อจำเลยร่วมไม่ได้อีกต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

ในคดีละเมิด โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีในฐานะเป็นจำเลย เท่ากับโจทก์ฟ้องจำเลยร่วมในวันยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั่นเอง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีในฐานะเป็นจำเลยพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ถึงตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อจำเลยร่วมยกอายุความขึ้นต่อสู้คดีโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยร่วมย่อมขาดอายุความ คำให้การเพิ่มเติมของจำเลยร่วมที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนไม่ใช่เป็นการรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องซึ่งจำเลยร่วมกระทำต่อโจทก์ถือไม่ได้ว่าเป็นการรับสภาพหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายยอร์ชลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์บรรทุก ก.ท.บ. ๖๕๕๕ตามทางการที่จ้างโดยประมาท ชนท้ายรถบรรทุก น.ฐ. ๐๔๒๒๙ ซึ่งจอดอยู่ทำให้รถบรรทุก น.ฐ. ๐๔๒๒๙ กระแทกท้ายรถยนต์นั่ง ก.ท.ม. ๕๒๑๒ และรถยนต์นั่ง ก.ท.ม. ๕๒๑๒ กระแทกต่อไปชนท้ายรถยนต์บรรทุก น.ฐ. ๐๑๑๓๙ซึ่งจอดเป็นคันหน้า เป็นเหตุให้นางสาวมยุรี บุตรโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด เป็นเงิน ๑๐๖,๙๐๑ บาทแก่โจทก์ คดีอยู่ระหว่างจำเลยยื่นคำให้การแก้คดี โจทก์ยื่นคำร้องว่าเหตุที่นางสาวมยุรีต้องได้รับบาดเจ็บและเสียหายนี้ เกิดจากนายเสน่ห์เกิดสนอง ลูกจ้างของนายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว ได้ขับรถยนต์บรรทุก น.ฐ. ๐๔๒๒๙ตามทางการที่จ้าง โดยประมาทด้วย ซึ่งนายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว ได้ทำหนังสือรับรองความเสียหาย และยอมรับผิดในความเสียหาย เป็นการรับสภาพหนี้โจทก์จึงขอเพิ่มเติมคำฟ้องเดิม โดยขอถือเอาข้อความตามคำร้องเป็นคำฟ้องเพิ่มเติม และขอให้ศาลหมายเรียกนายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว เข้ามาเป็นจำเลยร่วมและมีคำพิพากษาบังคับให้ร่วมกับจำเลยชำระค่าเสียหายตามคำขอท้ายฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยมิได้ยื่นคำให้การตามกำหนด โจทก์มิได้มีคำขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลย จำเลยร่วมให้การปฏิเสธความรับผิดหลายประการ กับให้การด้วยว่าฟ้องโจทก์กับคำร้องแก้ไขฟ้องของโจทก์และคำร้องเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นจำเลยในคดีขาดอายุความฟ้องร้อง จำเลยร่วมไม่เคยรับสภาพหนี้และคำรับสภาพหนี้ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ เหตุละเมิดเกิดเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๑๒โจทก์ฟ้องจำเลยวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๑๓ เนื่องจากวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๑๓เป็นวันหยุดราชการ ถือว่าโจทก์ฟ้องจำเลยภายในกำหนดอายุความ ๑ ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคแรก แต่โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง โดยขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีในฐานะเป็นจำเลยเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๑๓ เท่ากับโจทก์ฟ้องจำเลยร่วมในวันยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั่นเอง ซึ่งเกินกำหนด ๑ ปีนับแต่วันเหตุละเมิดได้เกิดขึ้น และตามทางพิจารณาเชื่อได้ว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดในวันที่เกิดเหตุและรู้ตัวจำเลยร่วมผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนหลังเกิดเหตุประมาณ ๑๐ วันเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยร่วมในวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๑๓ ฟังได้ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยร่วมเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวจำเลยร่วมผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีของโจทก์จึงขาดอายุความส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยร่วมทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย จ.๔๓ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษต้องถืออายุความ ๑๐ ปี นั้นได้พิเคราะห์แล้ว เอกสารหมาย จ.๔๓ เป็นเพียงคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยร่วมที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้องซึ่งจำเลยร่วมกระทำต่อโจทก์ ถือไม่ได้ว่าเป็นการรับสภาพหนี้ดังโจทก์อ้าง กรณีจึงต้องถืออายุความ ๑ ปีตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2185/2517 นางสาวมยุรี สรรพิทักษ์เสรี ผู้เยาว์โดยนายฉื่อหยิด แซ่เตียว บิดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นายยงค์ เหมือนแม้น จำเลย นายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความแซ่เตียว - นางสาวมยุรี สรรพิทักษ์เสรี ผู้เยาว์โดยนายฉื่อหยิด · โจทก์ - บิดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นายยงค์ เหมือนแม้น · จำเลยร่วม - นายปรีชา ศิริผ่องแผ้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพศาล วิบุลศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4790/2533ฎีกา 685/2550ฎีกา 6560/2555ฎีกา 7154/2551ฎีกา 7903/2568ฎีกา 2460/2517ฎีกา 4258/2541ฎีกา 873/2508ฎีกา 916/2509ฎีกา 352/2498ฎีกา 7231/2538ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 4085/2559ฎีกา 497/2539ฎีกา 5712/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา