คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2268/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกข้อต่อสู้หรือข้อเท็จจริงขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามลำดับ เว้นแต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฎีกาว่า ตามพินัยกรรมมีชื่อสามีของโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมลงชื่อเป็นพยานด้วย โดยจำเลยไม่ได้ยกข้อเท็จจริงข้อนี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในศาลชั้นต้น และจำเลยฎีกาว่าที่พิพาทต้องตกเป็นของจำเลยตามข้อตกลงแบ่งทรัพย์ระหว่างจำเลยกับเจ้ามรดก ซึ่งเจ้ามรดกมิได้บอกล้าง โดยจำเลยมิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์คงกล่าวแก้อุทธรณ์โจทก์เพียงข้อเดียวว่า พินัยกรรมตามฟ้องไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ดังนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาทั้งสองข้อนี้ให้ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายมอญ ลานอก บิดาของโจทก์ที่ ๒ ทำพินัยกรรมยกที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง เมื่อนายมอญถึงแก่กรรม โจทก์ทั้งสองไปร้องขอรับมรดกต่ออำเภอ จำเลยไปคัดค้าน จึงขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรม
จำเลยให้การว่า โจทก์กับพวกสมคบกันทำพินัยกรรมขึ้น เมื่อนายมอญอายุ ๑๑๑ ปี กำลังป่วยหนักจะสิ้นใจขาดสติสัมปชัญญะ ขาดเจตนาที่จะให้เป็นไปตามพินัยกรรม เดิมที่พิพาทเป็นมรดกของบิดามารดาจำเลย ต่อมาบุตรทั้งสี่คนคือ นายมอญ จำเลยนายเทียม และนายน้อย ตกลงแบ่งทรัพย์มรดกดังกล่าว โดยปลัดอำเภอเป็นผู้ทำบันทึกการแบ่งไว้เป็นหลักฐาน นายมอญได้รับส่วนแบ่งนาพิพาทและได้ตกลงกันว่าเมื่อนายมอญถึงแก่กรรม ให้ทรัพย์พิพาทตกเป็นของจำเลยนายเทียม และนายน้อย โจทก์ทำพินัยกรรมขึ้นโดยไม่สุจริต พินัยกรรมตามฟ้องไม่มีผลตัดสิทธิจำเลยที่จะรับมรดกของนายมอญ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายมอญทำพินัยกรรมตามฟ้องโดยขาดสติสัมปชัญญะขาดเจตนาที่จะให้เป็นพินัยกรรม ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานจำเลยรับฟังไม่ได้ว่านายมอญทำพินัยกรรมขณะสติไม่ดี และถูกบังคับให้ลงชื่อในพินัยกรรม พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกที่พิพาทตามพินัยกรรม
ระหว่างฎีกา นางไข่ จำปาบุญ จำเลยถึงแก่กรรม นางสุน อาษาสะนะ ยื่นคำร้องขอรับมรดกความ ศาลชั้นต้นอนุญาต
จำเลยฎีกาว่า ขณะทำพินัยกรรม เจ้ามรดกป่วยหนักขาดสติ ไม่มีเจตนาที่จะให้เป็นไปตามพินัยกรรม ตามพินัยกรรมมีชื่อนายเห พูลศิริ สามีของโจทก์ที่ ๒ ลงชื่อเป็นพยานด้วย ที่พิพาทต้องตกเป็นของจำเลยตามข้อตกลงแบ่งทรัพย์เอกสารหมาย ล.๑ ซึ่งเจ้ามรดกมิได้บอกล้าง พินัยกรรมที่โจทก์นำมาฟ้องไม่มีผลตามกฎหมาย
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะทำพินัยกรรม นายมอญมีสติสัมปชัญญะพูดจารู้เรื่องดี วินิจฉัยว่าพินัยกรรมของนายมอญสมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่าตามพินัยกรรมมีชื่อนายเห พูลศิริ ซึ่งเป็นสามีของโจทก์ที่ ๒ ลงชื่อเป็นพยานด้วยนั้นจำเลยมิได้ยกข้อเท็จจริงข้อนี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในศาลชั้นต้นและข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทต้องตกเป็นของจำเลยตามข้อตกลงแบ่งทรัพย์เอกสาร ล.๑ ซึ่งเจ้ามรดกมิได้บอกล้างนั้นก็เห็นว่า จำเลยมิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ คงกล่าวแก้อุทธรณ์โจทก์เพียงข้อเดียวว่า พินัยกรรมตามฟ้องไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยปัญหาทั้งสองข้อนี้ให้ไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2268/2517
นางสมซ่า โพธิ์ศรี ที่ 1 นางเหลี่ยม พูลศิริ ที่ 2 โจทก์
นางไข่ จำปาบุญ โดยนางสุน อาษาสะนา ผู้รับมรดกความ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสมซ่า โพธิ์ศรี ที่ 1 นางเหลี่ยม พูลศิริ ที่ 2 · จำเลย - นางไข่ จำปาบุญ โดยนางสุน อาษาสะนา ผู้รับมรดกความ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สงวน สิทธิไชย · สุธรรม วรรณแสง · สนิท บริรักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายประพัฒน์ อุชุภาพ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา