⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2366/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2366/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้เดิมทำหนังสือรับสภาพหนี้โดยยินยอมของเจ้าหนี้ ไม่ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ หากลูกหนี้เดิมยังคงเป็นลูกหนี้ในมูลหนี้เดิมอยู่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินของโรงเรียนของโจทก์ร. เป็นเสมียนการเงิน จำเลยได้กระทำละเมิดโดยประมาทเลินเล่อทำให้เงินของโจทก์สูญหายไป แล้ว ร. ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้แก่ผู้จัดการโรงเรียนด้วยความรู้เห็นยินยอมของโจทก์ โดยยินยอมผ่อนใช้เงินให้ ดังนี้จะถือว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้หาได้ไม่ เพราะร. และจำเลยต่างก็เป็นลูกหนี้เดิมฐานละเมิดต่อโจทก์อยู่แล้ว ไม่มีการเปลี่ยนตัวเอาลูกหนี้คนใหม่หรือบุคคลที่สามเข้ามาเป็นลูกหนี้แทนลูกหนี้เดิมแต่อย่างใด มูลหนี้ฐานละเมิดซึ่งเป็นหนี้เดิมของจำเลยจึงหาระงับไปไม่ จำเลยไม่พ้นความรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินของโรงเรียนโจทก์ จำเลยมิได้จัดการให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนและหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ เป็นเหตุให้เงินที่อยู่ในความรับผิดชอบขาดหายไป ๘๖,๖๗๙ บาท ต่อมาจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้และชำระเงินบางส่วนให้โจทก์แล้ว แต่จำเลยก็ไม่ชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๘๖,๖๗๙ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยทำหน้าที่ฝ่ายธุรการ ส่วนการเงินอยู่ในความรับผิดชอบของนางเรืองรอง เมื่อเงินของโจทก์ขาดบัญชีไป นางเรืองรองได้ทำหนังสือรับผิดและหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ จำเลยในฐานะผู้บังคับบัญชานางเรืองรอง ได้ทำหนังสือค้ำประกันเงินรายนี้ไว้ แต่ระบุว่าเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยให้รับผิดฐานละเมิดจำเลยคงผูกพันต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันเท่านั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๘๖,๖๗๙ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อนางเรืองรองทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้กับผู้จัดการโรงเรียนโจทก์ด้วยความรู้เห็นยินยอมของโจทก์ พฤติการณ์ระหว่างคู่กรณีเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้มูลหนี้ฐานละเมิดซึ่งเป็นหนี้เดิมของจำเลยได้ระงับไป จำเลยจึงพ้นความรับผิดต่อโจทก์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์โดยจำเลยประมาทเลินเล่อ ทำให้เงินของโจทก์สูญหายไปมีปัญหาต่อไปว่า มูลหนี้ฐานละเมิดซึ่งเป็นหนี้เดิมของจำเลยได้ระงับไปแล้วหรือไม่ การที่นางเรืองรองทำหนังสือรับสภาพหนี้กับผู้จัดการโรงเรียนของโจทก์ด้วยความรู้เห็นยินยอมของโจทก์นั้น จะถือว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้หาได้ไม่ เพราะนางเรืองรองก็ดีจำเลยก็ดี ต่างก็เป็นลูกหนี้เดิมฐานละเมิดต่อโจทก์อยู่แล้ว กรณีไม่มีการเปลี่ยนตัวเอาลูกหนี้คนใหม่หรือบุคคลที่สามเข้ามาเป็นลูกหนี้แทนลูกหนี้เดิมแต่อย่างใด เมื่อกรณีไม่ใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้แล้ว มูลหนี้ฐานละเมิดซึ่งเป็นหนี้เดิมของจำเลยจึงหาได้ระงับไปไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนี้ฐานละเมิดของจำเลยได้ระงับไป และจำเลยพ้นจากความรับผิดต่อโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม ๑,๒๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2366/2517 โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย โดยพลอากาศโทอุสาห์ ชัยนาม เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ โจทก์ นาวาตรีปรีชา ชโลธร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความชัยนาม - โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย โดยพลอากาศโทอุสาห์ · โจทก์ - เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ · จำเลย - นาวาตรีปรีชา ชโลธร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุด สุตรา · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา