⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2388/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2388/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่กำหนดให้แจ้งการขายทรัพย์สินและชำระหนี้ก่อน จะเกิดขึ้นต่อเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติครบถ้วนทุกเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา - สัญญาประนีประนอมยอมความที่กำหนดให้ชำระหนี้เป็นงวดๆ เมื่อมีการขายทรัพย์สิน จะบังคับให้จำเลยชำระหนี้เฉพาะงวดที่ถึงกำหนดเท่านั้น แม้จะขายทรัพย์สินได้เงินเกินกว่าหนี้ทั้งหมดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล ข้อ 2 มีข้อความดังนี้ "หากจำเลยตกลงขายหรือโอนทรัพย์สินใดๆ ของจำเลยได้ก่อนในรอบระยะชำระหนี้ 6 เดือนแรกหรือในระยะ 6 เดือนต่อๆ ไปก็ตาม จำเลยจะต้องแจ้งให้ศาลและโจทก์ทราบด้วย และให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ก่อน ภายในวงเงินที่จะต้องชำระตามงวดในข้อ 1 หากจำเลยไม่แจ้งศาลหรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินแก่โจทก์เมื่อขายหรือโอนทรัพย์สินใดๆ ของจำเลยแล้วให้ถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีทั้งหมดทันที ที่จะถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทั้งหมดนั้น มีดังนี้คือเมื่อขายทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยแล้วไม่แจ้งศาล หรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์ ข้อความในสัญญาใช้คำว่า หรือ ดังนั้นจำเลยจะเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ไม่เป็นการผิดสัญญาตามสัญญาข้อนี้มิได้บังคับให้จำเลยนำเงินทั้งหมดที่ขายทรัพย์สินได้มาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทั้งหมด แต่ให้ชำระหนี้แก่โจทก์ก่อนภายในวงเงินที่จะต้องชำระตามงวดเท่านั้น งวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระจำเลยจึงไม่ต้องชำระให้แก่โจทก์ แม้จะขายทรัพย์สินได้เป็นเงินจำนวนเกินกว่าหนี้ทั้งหมดของโจทก์ก็ตาม และตามสัญญามิได้มีข้อตกลงให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงินน้อยกว่าจำนวนเงินที่จะต้องชำระกันเป็นงวดๆ เมื่อขายทรัพย์สินได้ดังนั้นแม้จำเลยจะขายทรัพย์สินไปแล้ว ก็ต้องรวบรวมเงินให้ได้จำนวนพอแก่การชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นงวดๆ ตามสัญญาตามคำร้องของโจทก์ จำเลยขายแร่ไปเพียง 97 หาบ ไม่ปรากฏว่าราคาเท่าใดพอจะชำระหนี้งวดแรกให้แก่โจทก์หรือไม่ ก็ไม่ทราบวันที่จำเลยขายแร่ก็ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินงวดแรก ดังนั้น จำเลยจึงยังมิได้กระทำผิดสัญญาที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีทั้งหมดได้ในทันที

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.275 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินค่าผิดสัญญาและละเมิด คู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมใช้เงินให้แก่โจทก์เป็นจำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท หากจำเลยขายโอนทรัพย์สินใด ๆของจำเลยได้ก่อนในรอบระยะชำระหนี้ ๖ เดือนแรกหรือในระยะ ๖ เดือนต่อ ๆ ไป ก็ตาม จำเลยจะต้องแจ้งให้ศาลและโจทก์ทราบ หากจำเลยไม่แจ้งศาลหรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินแก่โจทก์ ให้ถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทั้งหมดทันที ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒มิถุนายน ๒๕๑๖ โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลว่าจำเลยขายแร่ไปจำนวนรวม๙๗ หาบ ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ๒๕๑๖ จำเลยมิได้แจ้งศาลหรือโจทก์และไม่ชำระเงินที่ขายทรัพย์ได้ให้โจทก์ ถือว่าจำเลยผิดนัดขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นสั่งออกหมายบังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดทรัพย์ของจำเลยและอายัดเงินฝากของนายโรแนลด์ เอช แอสคิว ไว้ด้วย จำเลยและนายโรแนลด์ เอช แอสคิวยื่นคำแถลงคัดค้านว่าจำเลยไม่ผิดสัญญายอม และจำเลยเป็นบริษัทจำกัดนายโรแนลด์ เอช แอสคิว ไม่ใช่หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ศาลชั้นต้นสั่งถอนการอายัดเงินของนายโรแนลด์ เอช แอสคิว โจทก์อุทธรณ์ขอให้อายัดเงินของนายโรแนลด์ เอช แอสคิว จำเลยอุทธรณ์ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ปล่อยทรัพย์ของจำเลยที่ยึดไว้ ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๒ มีข้อความดังนี้ "ข้อสองหากจำเลยตกลงขายหรือโอนทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยได้ก่อนในรอบระยะชำระหนี้ ๖ เดือนแรกหรือในระยะ ๖ เดือนต่อ ๆ ไปก็ตาม จำเลยจะต้องแจ้งให้ศาลและโจทก์ทราบด้วย และให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ก่อน ภายในวงเงินที่จะต้องชำระตามงวดในข้อ ๑ หากจำเลยไม่แจ้งศาลหรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินแก่โจทก์เมื่อขายหรือโอนทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยแล้ว ให้ถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทั้งหมดทันที" ที่จะถือว่าจำเลยผิดนัดและยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทั้งหมดนั้น มีดังนี้ คือ เมื่อขายทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยแล้วไม่แจ้งศาลหรือไม่แจ้งโจทก์หรือไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์ ข้อความในสัญญาใช้คำว่า หรือ ดังนั้นจำเลยจะเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ไม่เป็นการผิดสัญญา ตามสัญญาข้อนี้มิได้บังคับให้จำเลยนำเงินทั้งหมดที่ขายทรัพย์สินได้มาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทั้งหมด แต่ให้ชำระหนี้แก่โจทก์ก่อนภายในวงเงินที่จะต้องชำระตามงวดเท่านั้นงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ จำเลยจึงไม่ต้องชำระให้แก่โจทก์ แม้จะขายทรัพย์สินได้เป็นเงินจำนวนเกินกว่าหนี้ทั้งหมดของโจทก์ก็ตาม และตามสัญญามิได้มีข้อตกลงให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงินน้อยกว่าจำนวนเงินที่จะต้องชำระกันเป็นงวด ๆ เมื่อขายทรัพย์สินได้ ดังนั้น แม้จำเลยจะขายทรัพย์สินไปแล้วก็ต้องรวบรวมเงินให้ได้จำนวนพอแก่การชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นงวด ๆ ตามสัญญาตามคำร้องของโจทก์ จำเลยขายแร่ไปเพียง ๙๗ หาบ ไม่ปรากฏว่าราคาเท่าใดพอจะชำระหนี้งวดแรกให้แก่โจทก์หรือไม่ก็ไม่ทราบวันที่จำเลยขายแร่ก็ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินงวดแรก ดังนั้น จำเลยจึงยังมิได้กระทำผิดสัญญาที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีทั้งหมดได้ในทันที ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกเลิกการบังคับคดีปล่อยทรัพย์ของจำเลยที่ถูกยึด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลแห่งคดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2388/2517 นายสุทัศน์ ลิมปานนท์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ บริษัทสตูปูโล โนไลอบิลิตี้ โดยนายโรแนลด์ เอช แอสคิว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุทัศน์ ลิมปานนท์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · จำเลย - บริษัทสตูปูโล โนไลอบิลิตี้ โดยนายโรแนลด์ เอช แอสคิว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สรรเสริญ ไกรจิตติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายเรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3996/2541ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5801/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1649/2498ฎีกา 1763/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 3886/2566ฎีกา 39/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 898/2534ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 7732/2552ฎีกา 8319/2543ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 380/2530ฎีกา 5285/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา