⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2423/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสำรวจปักแนวเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของผู้มีอำนาจ ไม่ถือเป็นการกระทำละเมิดต่อเจ้าของที่ดิน เว้นแต่จะมีการเข้าไปเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองของเจ้าของที่ดินโดยตรง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดในเขตเทศบาลอยู่ในบริเวณที่จะต้องถูกเวนคืนเพื่อสร้างและขยายทางหลวงฯตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอเมืองขอนแก่น ฯลฯ พ.ศ. 2505 เทศบาลฯ จำเลยได้เข้ายึดถือครองเอาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตลอดมา แต่หาได้ชดใช้เงินค่าเวนคืนที่ดินให้แก่โจทก์ไม่ ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ขอให้เทศบาลจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ทางพิจารณาได้ความว่าการดำเนินการสำรวจปักแนวเขตถนนที่จะขยายตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ พ.ศ. 2505 ดังกล่าวเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกามอบหมายให้นายช่างเทศบาลฯ พนักงานของจำเลยไปดำเนินการสำรวจไว้ จำเลยมิได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงแต่อย่างใดทั้งการสำรวจปักแนวเขตก็เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2482 มาตรา 44 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 มาตรา 12 เท่านั้น มิใช่เห็นการเข้าไปครอบครอง เมื่อต่อมามิได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนจนล่วงพ้นกำหนดอายุในพระราชกฤษฎีกาการสำรวจดังกล่าวก็เป็นอันสิ้นสภาพไปในตัว กรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่พิพาทจึงยังคงอยู่กับโจทก์ตลอดมา เมื่อโจทก์ไม่มีพยานนำสืบว่าจำเลยได้เข้าไปเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองของโจทก์ คดีก็ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๘๒ ในเขตเทศบาลเมืองขอนแก่น และอยู่ในบริเวณที่จะต้องถูกเวนคืนเพื่อสร้างและขยายทางหลวงฯ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น พ.ศ. ๒๕๐๕ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้มีหนังสือแจ้งไปยังโจทก์ว่าได้สั่งให้นายช่างเทศบาลเมืองขอนแก่นไปทำการตรวจสอบปักหลักแนวสำรวจเขตถนนไว้เป็นหลักฐาน และต่อมานายช่างเทศบาลได้ไปทำการรังวัดตรวจสอบที่ดิน กำหนดบริเวณที่จะเวนคืนเป็นเนื้อที่๒๓๔ ตารางเมตร โจทก์จึงมิได้เข้าเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าวตลอดมาถือได้ว่าจำเลยได้เข้ายึดถือครองเอาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตลอดมาแต่หาได้ชดใช้เงินค่าเวนคืนที่ดินให้โจทก์ไม่ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินค่าที่ดิน ๑๘๗,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งค่าเสียหาย ๔๑,๒๐๐ บาทและดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีหรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยส่งมอบที่ดินคืนในสภาพเรียบร้อย พร้อมทั้งชำระค่าเสียหาย ๔๑,๒๐๐ บาท จำเลยให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่า การสำรวจซึ่งจะขยายถนนตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนเป็นเพียงสำรวจตามพระราชกฤษฎีกาเพื่อออกพระราชบัญญัติเวนคืน โจทก์ยังไม่มีสิทธิได้ค่าทดแทน จำเลยไม่เคยเข้าไปทำการใด ๆ ในที่โจทก์ และจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าที่ดินหรือค่าเสียหาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่จำเลยเข้าปักแนวเขตกันที่พิพาทไว้เพื่อขยายถนนและห้ามมิให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องนั้น ถือได้ว่าจำเลยได้เข้าครอบครองแล้วการครอบครองช่วงแรก ๕ ปี ไม่เป็นละเมิด เพราะพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้อำนาจไว้แต่ช่วงหลัง๕ ปี ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง เป็นการละเมิดพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๙,๒๓๙.๙๙ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมิได้เข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทโจทก์ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และครอบครองที่พิพาทตลอดมาพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การดำเนินการสำรวจปักแนวเขตถนนที่จะขยายตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนนี้ เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกามอบหมายให้นายช่างเทศบาลฯ พนักงานของจำเลยไปดำเนินการสำรวจไว้ จำเลยมิได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงแต่อย่างใดทั้งการสำรวจปักแนวเขตดังกล่าวก็เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๔๔แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๒ มิใช่เป็นการเข้าไปครอบครอง เมื่อต่อมามิได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนจนล่วงพ้นกำหนดอายุในพระราชกฤษฎีกาการสำรวจดังกล่าวก็เป็นอันสิ้นสภาพไปในตัวกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่พิพาทจึงยังคงอยู่กับโจทก์ตลอดมาดังนั้น เมื่อโจทก์ไม่มีพยานนำสืบว่าจำเลยได้เข้าไปเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองของโจทก์ คดีจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2517 นายกระจ่าง ทองสอดแสง โจทก์ เทศบาลเมืองขอนแก่น โดยนายเสวต ชุมแวงวาปี นายกเทศมนตรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกระจ่าง ทองสอดแสง · จำเลย - เทศบาลเมืองขอนแก่น โดยนายเสวต ชุมแวงวาปี นายกเทศมนตรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสัมฤทธิ์ ทิพยโกศัย · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 194/2543ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา