คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดโทษจำคุกเกินกว่า 5 ปีในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เป็นข้อห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดจำคุก 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้แต่ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและลงโทษเท่าเดิม ส่วนข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้นคงยืนตามศาลชั้นต้น แม้ศาลล่างจะมิได้กำหนดโทษในความผิดฐานนี้ไว้ แต่ความผิดฐานนี้มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปีจะกำหนดโทษเกิน 5 ปีย่อมไม่ได้ จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงในข้อหานี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีและใช้อาวุธปืน ๑ กระบอก ซึ่งไม่ได้จดทะเบียน และมีกระสุนปืน ๒ นัดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑, ๓ ร่วมกันมีและใช้ปืนดังกล่าวยิงพยายามฆ่านายเดช ภายศรี หลายนัดโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมาวันที่๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๒ จำเลยทั้งสามยังร่วมกันมีและใช้ปืนนั้นยิงพยายามฆ่านายเดชอีก ๑ นัด โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ และ ๒๘๙ ประกอบมาตรา ๘๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ ประกอบมาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด จำเลยที่ ๒มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ประกอบมาตรา ๘๐และจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐มาตรา ๗, ๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓วางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ประกอบมาตรา ๘๐ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด จำคุกคนละ ๑๘ ปี ลดโทษหนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘คงจำคุกคนละ ๑๒ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๓
จำเลยที่ ๑, ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๐ เฉพาะการกระทำผิดในวันที่ ๒๙ธันวาคม ๒๕๑๒ นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยที่ ๑, ๒ ฎีกา
เฉพาะข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยศาลทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยทั้งสองมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๖ เดือนถึง ๕ ปี แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้กำหนดโทษในความผิดฐานนี้ไว้ก็ตามแต่ก็จะกำหนดโทษเกิน ๕ ปีไม่ได้ เพราะฉะนั้นจำเลยทั้งสองจะฎีกาข้อเท็จจริงในข้อหานี้ไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2517
พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์
นายสมคิด คำศรีระภาพ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นายสมคิด คำศรีระภาพ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธวัช สิทธิชัย · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายสุนทร จันทรศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ จีระมะกร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา