⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2518/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2518/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาซื้อขายที่ดินที่คู่สัญญาตกลงกันเองโดยมิได้คำนึงถึงการแบ่งแยกโฉนดและจดทะเบียนโอนที่ดินต่อกันเป็นโมฆะ ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกเงินราคาที่ดินคืนในฐานลาภมิควรได้ แต่ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อความในสัญญาแสดงถึงเจตนาของคู่สัญญาโดยชัดแจ้งว่ามุ่งประสงค์ต่อการซื้อขายที่ดินระหว่างกันเด็ดขาด ไม่มีความตอนใดแสดงให้เห็นถึงเจตนาว่าจะไปจดทะเบียนโอนที่ดินกันในภายหลัง กล่าวคือคู่สัญญาตกลงซื้อขายที่ดินกันเอง โดยมิได้คำนึงถึงการแบ่งแยกโฉนดและจดทะเบียนโอนที่ดินต่อกันแต่ประการใดกรณีเช่นนี้ ย่อมเป็นผลให้สัญญาดังกล่าวตกเป็นโมฆะเสียเปล่าไปและเมื่อสัญญาซื้อขายตกเป็นโมฆะ เงินราคาที่ดินซึ่งผู้ซื้อชำระต่อกันไปเสร็จแล้ว ผู้ซื้อชอบที่จะเรียกร้องเอาคืนจากผู้ขายได้ในฐานลาภมิควรได้ แต่ผู้ซื้อหามีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายใด ๆ จากผู้ขายได้ไม่ เพราะมิใช่เป็นผลจากการผิดสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.115 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๒๗๐๐ซึ่งจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นสามีซื้อให้เป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗จำเลยทั้งสองแบ่งขายที่ดินตามโฉนดดังกล่าวให้โจทก์ ๕๐ ตารางวา ราคา๑๐,๐๐๐ บาท ทำสัญญาจะซื้อขายกันไว้ โจทก์ได้ชำระราคาที่ดินแล้วปลูกบ้านครอบครองในฐานะเจ้าของโดยสงบเปิดเผยตลอดมา โจทก์เคยเตือนจำเลยให้ไปทำการแบ่งแยกโอนโฉนดที่ดินให้โจทก์ จำเลยก็ยังไม่ไปโอนให้ ครั้นเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๖ โจทก์ได้รับหนังสือบอกล้างสัญญาให้โจทก์ออกจากที่ดิน จึงขอให้จำเลยทั้งสองแบ่งแยกโฉนดให้โจทก์ถ้าไม่ไปทำโอนก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยหากขัดข้องโอนไม่ได้ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๔๓,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่า เดิมโจทก์ขออาศัยปลูกบ้านกับจำเลยที่ ๒ต่อมาจำเลยที่ ๒ ป่วย โจทก์จึงขอซื้อที่ดินประมาณ ๕๐ วา แต่เพื่อปิดบังจำเลยที่ ๑ จึงทำหนังสือซื้อขายกันเอง สัญญาซื้อขายจึงเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลย วันนัดพร้อม ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า ๑. สัญญาที่โจทก์ฟ้องเป็นสัญญาจะซื้อขายหรือซื้อขายที่ดินเด็ดขาด ๒. หากเป็นสัญญาจะซื้อขายโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือไม่จำนวนเท่าใด คู่ความรับกันว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาต่อกันตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องและไม่ได้จดทะเบียนโอนที่ดินต่อกันตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ มิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ สัญญาตามสำเนาท้ายฟ้องไม่มีข้อความว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย แต่เข้าลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาด จึงตกเป็นโมฆะ โจทก์จะฟ้องบังคับจำเลยที่ ๒ ให้ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยตามประเด็นข้อ ๒ ต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาเฉพาะประเด็นข้อ ๒ ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ปัญหาว่า การซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๒ เป็นสัญญาจะซื้อขายหรือซื้อขายเด็ดขาด ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง เห็นได้ว่าข้อความในสัญญาแสดงถึงเจตนาของคู่สัญญาโดยชัดแจ้งว่า มุ่งประสงค์ต่อการซื้อขายที่ดินระหว่างกันเด็ดขาด ไม่มีความตอนใดแสดงให้เห็นถึงเจตนาว่าจะไปจดทะเบียนโอนที่ดินกันในภายหลังหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือคู่สัญญาตกลงซื้อขายที่ดินกันเอง โดยมิได้คำนึงการแบ่งแยกโฉนด และจดทะเบียนโอนที่ดินต่อกันแต่ประการใดกรณีเช่นนี้ย่อมเป็นผลให้สัญญาดังกล่าวตกเป็นโมฆะเสียเปล่าไปข้อที่โจทก์พยายามโต้เถียงว่าเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดินซึ่งอาจบังคับกันได้ตามกฎหมายเป็นอันฟังไม่ขึ้น เมื่อฟังว่าสัญญาซื้อขายตกเป็นโมฆะแล้ว ย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องใด ๆ ขึ้น คู่สัญญาปราศจากข้อผูกพันในอันที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญา เสมือนหนึ่งไม่มีข้อสัญญาต่อกันนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินราคาที่ดินซึ่งชำระต่อกันไปเสร็จแล้ว โจทก์ชอบที่จะเรียกร้องเอาเงินคืนจากจำเลยที่ ๒ ได้ในฐานลาภมิควรได้ โดยถือว่าจำเลยที่ ๒ รับเงินไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ ทั้งทำให้โจทก์เป็นฝ่ายเสียเปรียบด้วย โจทก์หามีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยที่ ๒ ได้ไม่ไม่ว่าจะเป็นค่าที่ดินที่สูงขึ้นหรือว่าค่ารื้อถอนและปลูกบ้าน ทั้งนี้ เพราะมิใช่เป็นผลจากการผิดสัญญาแต่ประการใด ฉะนั้น ประเด็นข้อ ๒ จึงตกไป พิพากษากลับ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2518/2517 นางเทียบ สุดสาคร โจทก์ นายจรูญ ศิริทัพ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเทียบ สุดสาคร · จำเลย - นายจรูญ ศิริทัพ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์ · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายสุนพ กีรติยุติ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 4860/2537ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1111/2494ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1280/2492ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 144/2549ฎีกา 6848/2540ฎีกา 3145/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา