⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 430/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยยอมรับผิดในหนี้ส่วนที่ไม่ได้โต้แย้งและได้วางเงินต่อศาลเพื่อชำระหนี้นั้นแล้ว โจทก์รับเงินไปแล้ว จำเลยย่อมไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในส่วนที่ได้วางเงินนั้นอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

ก่อนถึงวันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน จำเลยยื่นคำร้องขอวางเงิน 190,000 บาท ซึ่งเป็นยอดเงินที่ ไม่ได้โต้เถียงกันพร้อมทั้งดอกเบี้ยเพื่อชำระหนี้ให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ และโจทก์ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้ว แม้จำเลยจะนำเงินมาชำระหนี้โดยวางเงินต่อศาลไม่เต็มตามจำนวนที่โจทก์เรียกร้องก็ตามแต่จำเลยก็ได้แถลงยอมรับผิดในจำนวนเงิน 190,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ทั้งยอมให้โจทก์รับเงินจำนวนดังกล่าวนั้นไปได้และโจทก์รับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากศาลแล้ว กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 135, 136 วรรคแรกจำเลยจึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงิน 190,000 บาท ตั้งแต่วันที่วางต่อศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.135 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.136

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางเสมอ เมื่อครั้งนางเสมอมีชีวิต จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินนางเสมอไป ๕๐๐,๐๐๐ บาทดอกเบี้ยชั่งละ ๑ บาทต่อเดือนกำหนดชำระภายในเดือนมกราคม ๒๕๑๓จำเลยค้างชำระดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๑๑ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา๒ ปี ๒ เดือน เป็นดอกเบี้ย ๑๖๒,๕๐๐ บาท โจทก์ทวงถาม จำเลยเพิกเฉยขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยชั่งละ๑ บาทต่อเดือนในต้นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญากู้เงินนางเสมอเป็นจำนวนเงิน๕๐๐,๐๐๐ บาทจริง แต่เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๑ นางเสนอได้รับคืนไปแล้ว ๓๑๐,๐๐๐ บาท เงินตามสัญญากู้จึงเหลือที่จำเลยเพียง ๑๙๐,๐๐๐บาท เงินที่ค้างชำระหนี้จำเลยพร้อมที่จะชำระให้โจทก์ โจทก์คำนวณระยะเวลาที่ค้างชำระดอกเบี้ยคลาดเคลื่อน และดอกเบี้ยผู้ตายคิดเพียงร้อยละ ๑ บาทต่อเดือน และต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยได้วางเงิน ๑๙๐,๐๐๐ บาทตามคำให้การของจำเลยพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราชั่งละ ๑ บาทต่อเดือนไว้ต่อศาล และจำเลยยอมให้โจทก์รับเงินจำนวนดังกล่าวไปได้ และในที่สุดโจทก์ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากศาลแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องและฟังว่า ผู้ตายให้จำเลยกู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ตายได้รับเงินจากสามีจำเลยไปแล้ว๓๑๐,๐๐๐ บาท แต่เป็นเงินอีกจำนวนหนึ่งไม่เกี่ยวกับเงินกู้ตามสัญญาและฟังว่าผู้ตายคิดดอกเบี้ยจากจำเลยอัตราร้อยละ ๑ บาทต่อเดือนพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ๑ บาทต่อเดือน นับแต่เดือนกันยายน ๒๕๑๑ จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง และฟังว่าจำเลยชำระเงินกู้คืนให้ผู้ตายแล้ว ๓๑๐,๐๐๐ บาท ยังคงค้างชำระเพียง ๑๙๐,๐๐๐บาท สำหรับดอกเบี้ยในจำนวนเงิน ๑๙๐,๐๐๐ บาท ที่วางศาลและโจทก์รับไปนั้น เห็นว่าจำเลยวางเงินโดยมีข้อต่อสู้ตามคำให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และดอกเบี้ยก็อัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือน ไม่ใช่อัตราชั่งละ๑ บาทต่อเดือนดังโจทก์ฟ้อง ขณะวางเงินจำเลยก็ยังต่อสู้เรื่องอัตราดอกเบี้ยเช่นนั้นอีก เป็นการวางเงินโดยไม่ยอมรับผิด จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินนั้นต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๓๖ วรรค ๒ พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระต้นเงิน ๑๙๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑ ต่อเดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๑๐ เป็นต้นไปจนกว่าชำระเงินเสร็จ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยชำระเงินกู้คืนให้ผู้ตายแล้ว ๓๑๐,๐๐๐ บาทและเห็นว่าแม้จำเลยจะนำเงินมาชำระหนี้โดยวางเงินต่อศาลไม่เต็มตามจำนวนที่โจทก์ได้เรียกร้องก็ตาม แต่จำเลยก็ได้แถลงยอมรับผิดในจำนวนเงิน ๑๙๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ทั้งยอมให้โจทก์รับเงินไปได้ และโจทก์รับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากศาลแล้วกรณีต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๑๓๕ และ ๑๓๖ วรรคแรก จำเลยจึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงิน ๑๙๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่วางต่อศาลแล้วส่วนปัญหาว่าจำเลยจะต้องชำระดอกเบี้ยก่อนวางเงินจำนวน ๑๙๐,๐๐๐ บาทตั้งแต่เมื่อใดนั้น ปรากฏว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินผู้ตายเมื่อวันที่ ๒๖มกราคม ๒๕๑๑ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยค้างชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ๑ บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๑๑ เป็นต้นมา และโจทก์จำเลยมิได้อุทธรณ์ จึงฟังได้ว่าจำเลยค้างชำระดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๑๑ การที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๑๐ จึงไม่ถูกต้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะดอกเบี้ยว่า ให้คำนวณดอกเบี้ยที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือนของต้นเงิน๑๙๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๑๑ จนถึงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๑๓(วันที่วางเงินต่อศาล) ส่วนดอกเบี้ยหลังจากนั้นจำเลยไม่ต้องชำระนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2517 นางละเมียด ไวทยาคม โจทก์ นางศรีสว่าง วงศ์ทองศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางละเมียด ไวทยาคม · จำเลย - นางศรีสว่าง วงศ์ทองศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย · สนิท บริรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุด สุตรา · ศาลอุทธรณ์ - นายล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 75/2481ฎีกา 4145/2542ฎีกา 656/2479ฎีกา 7024/2544ฎีกา 782/2491ฎีกา 1327/2522ฎีกา 1497/2520ฎีกา 8590-8591/2551ฎีกา 1651/2511ฎีกา 529/2505ฎีกา 1062/2513ฎีกา 223/2501ฎีกา 217/2478ฎีกา 3091/2524ฎีกา 1223/2529ฎีกา 2727/2530ฎีกา 1366/2538ฎีกา 133/2524ฎีกา 573/2475ฎีกา 442/2486ฎีกา 424/2501ฎีกา 544/2497ฎีกา 3948/2533ฎีกา 3978/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา