⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1062/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถูกฟ้อง โดยจำเลยยังคงอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ไม่ถือเป็นการยอมรับผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และไม่ทำให้การเสียดอกเบี้ยระงับลงจนกว่าคดีจะถึงที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยนำต้นเงินและดอกเบี้ยจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จตามจำนวนที่จำเลยจะต้องใช้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมาวางไว้ต่อศาล แล้วจำเลยอุทธรณ์ฎีกาต่อมาโต้แย้งว่า จำเลยไม่ควรรับผิดใช้เงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ใช่กรณีที่จำเลยวางเงินต่อศาลตามที่โจทก์เรียกร้องโดยยอมรับผิด อันจะเป็นเหตุให้ระงับการเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่วาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 136 กรณีมีผลเพียงตามมาตรา 231 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ศาลงดการบังคับคดีไว้ก่อนในระหว่างอุทธรณ์ฎีกาเท่านั้น ต่อมาเมื่อศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้เงินและดอกเบี้ย คดีถึงที่สุด โจทก์ย่อมมีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้จำเลยปฏิบัติการชำระดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่วางศาลจากวันที่จำเลยได้วางไว้แล้วต่อไปในระหว่างอุทธรณ์ฎีกาให้โจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.135 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.136 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีเรื่องนี้เดิมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ ตามที่โจทก์ฟ้องเรียกร้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยนำต้นเงินและดอกเบี้ยที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาล แล้วอุทธรณ์และฎีกาต่อมาโต้แย้งว่า จำเลยไม่ควรรับผิดใช้เงินตามที่โจทก์ฟ้องเรียกร้อง ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำสั่งบังคับให้จำเลยนำเงินดอกเบี้ยในเงินต้นนับแต่วันที่จำเลยวางไว้แล้วต่อไป ในระหว่างอุทธรณ์ฎีกาที่จำเลยยังหาได้นำมาชำระให้โจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่า หลังจากจำเลยฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจำเลยได้นำเงินอันพึงต้องชดใช้ให้โจทก์มาวางศาลตามคำพิพากษาทุกระดับครบถ้วนเสมอ แสดงว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยครบถ้วนแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องขอรับเงินใด ๆ จากจำเลยอีก ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อจำเลยวางเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแล้วอุทธรณ์ฎีกาต่อมาขอให้ศาลยกฟ้องว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในหนี้เงินจำนวนนี้ จึงหามีผลเป็นการปลดเปลื้องหนี้ด้วยการชำระหนี้ไม่ ทำให้เกิดผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๑ ที่ศาลต้องงดการบังคับคดีไว้ก่อน ทั้งไม่ใช่กรณีการวางเงินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๓๕ อันจะเป็นผลให้ไม่ต้องรับผิดเสียดอกเบี้ย พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีตามคำร้องขอบังคับคดีของโจทก์ต่อไป จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในกรณีที่จำเลยนำเงินมาวางศาลแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๕ บัญญัติว่า จำเลยจะต้องนำเงินมาวางศาลก่อนศาลมีคำพิพากษา เมื่อโจทก์พอใจยอมรับเงินที่จำเลยวางไว้ต่อศาลโดยไม่ติดใจเรียกร้องมากกว่านั้น ศาลก็จะได้พิพากษาคดีนั้นให้เป็นที่สุด ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๖ แต่เรื่องนี้ จำเลยนำเงินมาวางศาลเมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาล การที่จำเลยนำต้นเงินและดอกเบี้ยมาวางศาลแล้วจำเลยได้อุทธรณ์เป็นผลให้โจทก์จะขอบังคับคดีในระหว่างนั้นไม่ได้เท่านั้น ส่วนความรับผิดของจำเลยจะมีต่อโจทก์เพียงไรหรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจะวินิจฉัยต่อไป จำเลยไม่ได้แถลงให้เป็นหลักฐานว่า จำเลยยอมให้โจทก์รับเงินที่จำเลยวางไว้ต่อศาลนั้นไปได้ แต่จำเลยอุทธรณ์ฎีกาต่อมาโดยอ้างว่าจำเลยควรชนะคดีโจทก์ซึ่งเป็นการโต้แย้งว่า จำเลยไม่ควรรับผิดใช้เงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จึงย่อมจะรับเงินที่จำเลยวางไว้นั้นไปจากศาลไม่ได้ เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด เมื่อศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ ๒๕,๐๐๐ บาท และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อไปในเงินต้นดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเงินเสร็จให้โจทก์ เช่นนี้ จะถือว่าจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วหาได้ไม่ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับดอกเบี้ยจนถึงวันที่โจทก์ได้รับชำระหนี้โดยแท้จริง เมื่อโจทก์ได้รับดอกเบี้ยไม่ครบตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2513 ขุนอุทานคดี โจทก์ นายน้อย คมสัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ขุนอุทานคดี · จำเลย - นายน้อย คมสัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ โชติรัต · แถม สิริสาลี · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายสุจริต ถาวรสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา