⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 529/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้คดีมโนสาเร่จะพิพากษาด้วยวาจาได้ แต่ศาลต้องมีคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและค่าฤชาธรรมเนียมด้วย จะสั่งเพียงให้โจทก์รับเงินและเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมโดยไม่วินิจฉัยประเด็นแห่งคดีไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซื้อกาแฟราคา 60 สตางค์ กินแล้วไม่ชำระราคา ขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ชำระแล้วและแถลงขอวางเงินต่อศาล 1 บาท ตามที่โจทก์เรียกร้องทั้งนี้ โดยไม่ยอมรับผิดตามฟ้อง คดียังมีประเด็นที่โต้เถียงกันอยู่ ว่าจำเลยได้ชำระหนี้แล้วหรือยัง แม้จะเป็นคดีมโนสาเร่ ซึ่งศาลพิพากษาได้ด้วยวาจาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 194 แต่ก็จะต้องปฏิบัติตามมาตรา 141 วรรคท้าย คือต้องมีคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีตลอดทั้งค่าฤชาธรรมเนียมด้วย จะไม่วินิจฉัยหรือตัดสินว่าใครแพ้ใครชนะในประเด็นใดเพียงแต่สั่งให้โจทก์รับเงินไป กับสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้นไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.135 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.136 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.194

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อกาแฟราคา ๖๐ สตางค์ของร้านโจทก์กินแล้วไม่ชำระราคา ขอให้บังคับให้ชำระค่ากาแฟ ๖๐ สตางค์กับใช้ค่าธรรมเนียมค่าทนายแทนโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ชำระค่ากาแฟแล้ว แล้วจำเลยยื่นคำแถลงขอวางเงินต่อศาล ๑ บาท ตามที่โจทก์เรียกร้อง ทั้งนี้ โดยจำเลยไม่ยอมรับผิดตามฟ้อง โจทก์แถลงว่า ถ้าจำเลยชำระค่ากาแฟให้ตามฟ้อง โจทก์ก็ยินดีรับแต่ถ้าขอชำระค่ากาแฟอีก ๖๐ สตางค์ก็ไม่ยอมรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อจำเลยยอมชำระค่ากาแฟให้โจทก์ก็สมประสงค์ตามฟ้องแล้ว จะดำเนินการพิจารณาต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ คดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ศาลจึงมีคำสั่งด้วยวาจาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๔ ให้โจทก์รับเงินค่ากาแฟซึ่งจำเลยวางศาลไว้ ๖๐ สตางค์ ไปได้ ค่าธรรมเนียมค่าทนายเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อจำเลยรับว่าได้ซื้อกาแฟจริง และยอมชำระค่ากาแฟให้โจทก์ ก็ไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาต่อไป ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์รับค่ากาแฟ ๖๐ สตางค์ ไปได้นั้น ผลก็เท่ากับพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ค่ากาแฟให้โจทก์ส่วนค่าธรรมเนียมค่าทนายนั้น ศาลใช้ดุลยพินิจสั่งได้ตามที่เห็นสมควร จะสั่งให้สืบพยานต่อไปก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยต่อสู้คดีโดยอ้างว่า ได้ชำระค่ากาแฟแล้ว หาได้รับตามฟ้องไม่ และตามคำแถลงวางเงิน จำเลยก็ยังยืนยันว่าวางโดยไม่ยอมรับผิดตามฟ้อง ส่วนคำแถลงตามรายงานพิจารณาจำเลยก็ว่า ถ้าโจทก์ต้องการอีก ่จำเลยยอมชำระให้ ไม่ใช่ยอมชำระให้ตามฟ้อง คดีจึงยังมีประเด็นที่โต้เถียง กันอยู่ว่า ชำระหนี้แล้วหรือยัง แม้จะเป็นคดีมโนสาเร่ ซึ่งศาลพิพากษาได้ด้วยวาจาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๔ ก็ตาม แต่ก็จะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๔๑ วรรคท้าย คือต้องมีคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีตลอดทั้งค่าฤชาธรรมเนียมดังที่ระบุไว้ในข้อ ๕ มาตรานี้ด้วย ศาลจะไม่วินิจฉัยหรือตัดสินว่าใครแพ้ใครชนะในประเด็นใดเพียงแต่สั่งให้โจทก์รับเงินไป กับสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้นไม่ได้ คำสั่งศาลชั้นต้นหามีผลเท่ากับคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ไม่ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้น ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปให้ถูกต้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2505 นายจำรัส พัฒนมงคล โจทก์ นายร้อยตำรวจเอก เสนีย์ เรืองวงษ์วาร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำรัส พัฒนมงคล · จำเลย - นายร้อยตำรวจเอก เสนีย์ เรืองวงษ์วาร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารกิจปรีชา · ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายสุพรรณ อยู่เกษ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี ชุติวงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5523/2536ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 6746/2538ฎีกา 7728/2540ฎีกา 1025/2538ฎีกา 75/2481ฎีกา 4145/2542ฎีกา 788/2510ฎีกา 656/2479ฎีกา 8640/2542ฎีกา 7024/2544ฎีกา 434-435/2505ฎีกา 6591/2539ฎีกา 782/2491ฎีกา 799/2551ฎีกา 1323/2538ฎีกา 615/2502ฎีกา 5563/2538ฎีกา 2802/2546ฎีกา 1327/2522ฎีกา 362/2512ฎีกา 1497/2520ฎีกา 967/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา