⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้สั่งซื้อสินค้าทำทรัสต์รีซีทให้แก่ธนาคารเพื่อเป็นประกันการชำระเงินและโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าให้แก่ธนาคารจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น ถือเป็นการก่อตั้งทรัพยสิทธิและทำให้กรรมสิทธิ์ในสินค้าตกเป็นของธนาคารโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เอกสารทรัสต์รีซีทที่ผู้สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศทำให้ไว้แก่ธนาคารโดยยอมให้ธนาคารยึดถือเอกสารดังกล่าวเป็นประกันเพื่อการชำระเงินตามตั๋วเงินและถือกรรมสิทธิ์ในสินค้าที่สั่งซื้อเป็นของธนาคารโดยผู้สั่งซื้อสินค้าจะต้องเอาสินค้านั้นไปจำหน่ายแล้วนำเงินที่ได้จากการขายมาชำระให้ธนาคารผู้ร้อง อันเป็นผลจากการที่ผู้สั่งซื้อสินค้าเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตไว้กับธนาคารในการสั่งซื้อสินค้านั้นเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผลผูกพันคู่กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369 วัตถุประสงค์แห่งสัญญาเช่นนี้นอกจากจะก่อให้เกิดสิทธิแก่ธนาคารในฐานะเจ้าหนี้ที่จะเรียกร้องเอาชดใช้ราคาสินค้าแล้วยังเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งให้เจ้าหนี้ไปจนกว่าจะมีการชำระราคาแล้วเสร็จตราบใดที่ผู้สั่งสินค้ายังไม่ชำระราคาสินค้าให้แก่ธนาคารก็จะเรียกร้องเอากรรมสิทธิ์ในสินค้าคืนจากธนาคารไม่ได้ กรณีเช่นนี้ธนาคารจึงเป็นทั้งเจ้าหนี้และเจ้าของสินค้าไปพร้อม ๆ กัน เอกสารทรัสต์รีซีทที่จำเลยทำให้ไว้แก่ธนาคาร ย่อมเป็นการก่อตั้งทรัพยสิทธิ ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1298 กรรมสิทธิ์ในสินค้าที่สั่งซื้อมาจึงตกเป็นของธนาคารไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ธนาคารมีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะขอให้ปล่อยทรัพย์ที่เจ้าหนี้ของจำเลยยึดไว้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1298

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เดิมจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมชำระเงินให้โจทก์ ๑๙๑,๓๖๕ บาท และศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว แต่จำเลยผิดนัด โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ซึ่งอ้างว่าเป็นของจำเลยรวม ๓ รายการ คือ เครื่องทุ่นแรงควายเหล็กเทพฤทธิ์ ๒๕ และอุปกรณ์พร้อม๑ คัน รถขุดร่อง ๑ คัน และเครื่องพ่นยา ๑ เครื่องเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่ยึดทั้ง ๓ รายการเป็นของผู้ร้อง รวมราคา๒๐๐,๐๐๐ บาท บริษัทจำเลยได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตผ่านผู้ร้อง โดยตกลงให้ผู้ร้องชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายต่างประเทศไปก่อน เมื่อสินค้ามาถึงท่าเรือแล้วจำเลยจะชำระเงินให้แก่ผู้ร้อง แล้วรับเอกสารในการสั่งซื้อไปออกของจากท่าเรือ เนื่องจากสินค้ามาถึงท่าเรือแล้วจำเลยไม่มีเงินชำระ จึงได้มาทำสัญญาทรัสต์รีซีทตามสำเนาและคำแปลท้ายคำร้อง ตกลงให้ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และจะเก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์ของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยการยึด โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลย จำเลยเป็นผู้ซื้อและชำระเงินต่อผู้ขายในต่างประเทศ ทั้งเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินดังกล่าวโดยมีอำนาจจัดการใด ๆ เช่นจำหน่ายจ่ายโอนได้ทั้งสิ้น ทรัสต์รีซีทหากจะได้กระทำต่อกัน ผู้ร้องก็เป็นเพียงเจ้าหนี้ธรรมดาไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของทรัพย์สินเอกสารท้ายคำร้องเป็นนิติกรรมอำพราง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาทรัสต์รีซีทซึ่งบริษัทจำเลยทำไว้กับธนาคารผู้ร้อง เป็นข้อตกลงที่บริษัทจำเลยได้มอบกรรมสิทธิ์ในสินค้าให้แก่ธนาคารผู้ร้องแล้ว ไม่ใช่เป็นแต่หลักทรัพย์เพื่อประกันหนี้ต่อธนาคาร มีผลให้กรรมสิทธิ์ในสินค้าตกเป็นของธนาคารผู้ร้อง นับแต่วันที่จำเลยทำเอกสารขึ้นทั้งมิใช่นิติกรรมอันทำขึ้นด้วยเจตนาอำพราง การที่บริษัทจำเลยนำสินค้าออกขายก็เป็นเรื่องที่บริษัทจำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาทรัสต์รีซีทต่างหาก พิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดทั้งสามรายการ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า เนื้อหาแห่งทรัสต์รีซีทมิใช่เป็นการก่อตั้งทรัพยสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๘ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจร้องขัดทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความตามเอกสารทรัสต์รีซีทสรุปข้อสารสำคัญได้ว่าในการที่บริษัทจำเลยสั่งสินค้าทั้งสามรายการเข้ามาจากต่างประเทศนั้นยอมให้ธนาคารผู้ร้องถือเอาเอกสารรับสินค้าเป็นประกันเพื่อการชำระเงินตามตั๋วเงินและถือกรรมสิทธิ์สินค้าเป็นของธนาคารได้ โดยมีเงื่อนไขว่าบริษัทจำเลยทำหน้าที่แทนธนาคารผู้ร้องในการนำเข้า เก็บรักษาและจะต้องเอาสินค้าไปจำหน่าย แล้วนำเงินที่ได้จากการขายมาชำระให้ธนาคารผู้ร้องต่อไปทั้งธนาคารผู้ร้องมีสิทธิเลิกสัญญาและเข้าครอบครองสินค้าทั้งหมดนั้นเมื่อใดก็ได้เอกสารทรัสต์รีซีทดังกล่าวเป็นผลจากการที่บริษัทจำเลยได้เปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิตในการสั่งซื้อสินค้าไว้ที่ธนาคารผู้ร้อง ซึ่งมีข้อสัญญาผูกพันไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกับความที่ปรากฏในเอกสารทรัสต์รีซีทด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๘ นั้น พึงเห็นได้ว่าเอกสารทรัสต์รีซีทเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่งที่ไม่เข้าลักษณะเอกเทศสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ วัตถุประสงค์แห่งสัญญาเช่นนี้ นอกจากจะก่อให้เกิดสิทธิแก่ธนาคารผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้เรียกร้องเอาชดใช้ราคาสินค้าเป็นพิเศษแล้ว ยังเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งให้เจ้าหนี้ไปจนกว่าจะมีการชำระราคาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ร้องได้นำสืบพยานบุคคลประกอบเอกสารว่า วิธีการทรัสต์รีซีทนั้น ธนาคารทั่วไปถือปฏิบัติอย่างเดียวกัน คือเมื่อลูกค้าของธนาคารสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศโดยการเปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิต เท่ากับให้ธนาคารชำระราคาสินค้าแก่ผู้ขาย ณ ต่างประเทศไปก่อน เมื่อสินค้าถูกนำเข้ามาถึงแล้ว ลูกค้าจะต้องนำเงินราคาชำระให้ธนาคารเพื่อไปขอออกสินค้าที่กรมศุลกากร ถ้าลูกค้าไม่มีเงินชำระก็ต้องทำเอกสารทรัสต์รีซีทให้แก่ธนาคารไว้ โดยธนาคารถือว่าสินค้าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารแล้ว โดยปกติประเพณีแห่งข้อสัญญาตามเอกสารทรัสต์รีซีทเป็นที่เห็นได้ชัดว่า เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มีผลผูกพันคู่กรณีตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๙ โดยเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งแก่กันแล้ว ตราบใดที่บริษัทจำเลยยังไม่ชำระราคาสินค้าแก่ธนาคารผู้ร้องก็จะเรียกเอากรรมสิทธิ์ในสินค้าคืนจากธนาคารผู้ร้องไม่ได้ กรณีเช่นนี้ธนาคารผู้ร้องจึงเป็นทั้งเจ้าหนี้และเป็นเจ้าของสินค้าไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้น ทรัพย์ที่ยึดจึงเป็นสินค้าที่เป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารผู้ร้องไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งเป็นการก่อตั้งทรัพยสิทธิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๘ แล้ว ธนาคารผู้ร้องย่อมมีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดเสียได้ โจทก์จะโต้แย้งว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยหาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6/2517 บริษัทโทรีเซนมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัทเครื่องทุ่นแรง จำกัด จำเลย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายชวน รัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโทรีเซนมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - บริษัทเครื่องทุ่นแรง จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายชวน รัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสถียร ลิมปิษเฐียร · ถนอม ครูไพศาล · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสมา รัตนมาลัย · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4300/2543ฎีกา 591/2531ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2467/2526ฎีกา 231/2482ฎีกา 2983/2549ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1492/2510ฎีกา 541/2509ฎีกา 1037/2540ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2794/2526ฎีกา 8543/2544ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา