⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 713/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับบุตรบุญธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิดที่ทำให้บุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายได้

ย่อคำพิพากษา

ขณะที่ผู้ตายถูกทำละเมิดถึงตาย ผู้ตายเป็นบุตรบุญธรรมของโจทก์ที่ 2 และผู้ตายยังเป็นผู้เยาว์อยู่ โจทก์ที่ 2 ผู้รับบุตรบุญธรรมเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ย่อมมีอำนาจฟ้อง ผู้ทำละเมิดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1541 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1586

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ และนางปราณีภรรยา เป็นบิดามารดาของนายวิวัฒน์ ช่วยเชษฐ์ โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้รับนายวิวัฒน์ไว้เป็นบุตรบุญธรรมโดยจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย นายวิวัฒน์จึงใช้นามสกุลตามโจทก์ที่ ๒ว่า โภคสุพัฒน์ จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์บรรทุกในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ โดยประมาท เป็นเหตุให้ชนรถจักรยานยนต์ส.บ. ๐๑๗๒๗ ซึ่งนายวิวัฒน์ โภคสุพัฒน์ เป็นผู้ขับขี่ นายวิวัฒน์ได้รับอันตรายแก่กายสาหัสและถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดในการละเมิดของจำเลยที่ ๑ ลูกจ้าง จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๒๔,๙๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ใช่ผู้ปกครองโจทก์ที่ ๒ ไม่มีสิทธิฟ้องเพราะไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ จริง แต่มิได้กระทำการในทางการที่จ้างและนอกหน้าที่จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด และจำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถโดยประมาท โจทก์มิได้เสียหายมากมายดังฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๗๐,๙๐๐ บาทแก่โจทก์ โดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีจำนวนเงิน ๑๐,๙๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะค่าขาดไร้อุปการะเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ให้โจทก์ที่ ๑ เพียงผู้เดียวเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ ๑,๐๐๐ บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ที่ ๒ ไม่ใช่ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ที่ ๒ ไม่มีสิทธิจะรับมรดกหรือได้รับประโยชน์จากผู้ตายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ที่ ๒ มิได้ฟ้องเรียกมรดกหรือประโยชน์อันใดของผู้ตาย ทั้งศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ ๑ แต่ผู้เดียวเท่านั้น และจำเลยก็ยอมรับในคดีแพ่งนี้แล้วว่าโจทก์ทั้งสองเสียหายแน่ อันเป็นการรับว่าโจทก์ที่ ๒เป็นผู้เสียหายด้วย นอกจากนั้นขณะที่ผู้ตายถูกทำละเมิดถึงตาย ผู้ตายยังเป็นผู้เยาว์อยู่ โจทก์ที่ ๒ ผู้รับบุตรบุญธรรมเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองโจทก์ที่ ๒ จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงในข้ออื่น โดยเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ แล้วพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2517 นายหยัด ช่วยเชษฐ์ ที่ 1 นายฉนวน โภคสุพัฒน์ ที่ 2 โจทก์ นายสมพงษ์ กองทอง ที่ 1 บริษัทพรหมวิวัฒน์ จำกัด โดยนายสถิตย์ พรหมสุทธิ กรรมการ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหยัด ช่วยเชษฐ์ ที่ 1 นายฉนวน โภคสุพัฒน์ ที่ 2 · จำกัด - นายสมพงษ์ กองทอง ที่ 1 บริษัทพรหมวิวัฒน์ · จำเลย - โดยนายสถิตย์ พรหมสุทธิ กรรมการ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · เพรียบ หุตางกูร · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายบุญสิน ตุลากัน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา