คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้รัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง ผู้ที่ได้รับความเสียหายทางอ้อมจากการกระทำนั้น ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะฟ้องคดีอาญาได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1, 2 ร่วมกันกระทำผิด โดยจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอใบสุทธิโดยไม่มีหลักฐานการสอบไล่ได้ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นครูใหญ่กรอกข้อความอันเป็นเท็จรับรองในแบบสอบสวนขอรับใบสุทธิหรือใบแทนเกิน 10 ปี เสนอขออนุญาตออกให้ตามคำขอ เป็นเหตุให้นายอำเภอและเจ้าหน้าที่แผนกศึกษาธิการอำเภอหลงเชื่อ อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ออกใบสุทธิซึ่งเป็นเอกสารปลอมให้จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 นำไปเป็นหลักฐานสมัครรับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านต่อคณะกรรมการรับสมัครคณะกรรมการรับใบสมัครของจำเลยที่ 1 ไว้และเป็นผลให้จำเลยที่ 1 ได้รับเลือก โจทก์ในฐานะผู้สมัครรับเลือกด้วยได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1, 2 ฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ดังนี้ ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง การที่โจทก์ไม่ได้รับเลือก หาใช่เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยไม่ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะนำคดีมาฟ้องได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกระทำผิด โดยจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอใบสุทธิชั้นประถมปีที่ ๔ โดยไม่มีหลักฐานเดิมว่า สอบไล่ได้ต่อจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นครูใหญ่ จำเลยที่ ๒ ได้สอบสวนและกรอกข้อความลงในแบบใบสอบสวนรับรองว่าจำเลยที่ ๑ สอบไล่ได้ชั้นประถมปีที่ ๔อันเป็นความเท็จ เสนอต่อนายอำเภอสุวรรณภูมิ นายอำเภอและเจ้าหน้าที่แผนกศึกษาธิการอำเภอสุวรรณภูมิหลงเชื่อได้มีหนังสืออนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ออกใบสุทธิให้จำเลยที่ ๑ ได้ จำเลยที่ ๒ ออกใบสุทธิปลอมให้แก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ นำใบสุทธิปลอมดังกล่าวไปใช้เป็นหลักฐานการสมัครรับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคณะกรรมการรับสมัครหลงเชื่อรับใบสมัครและใบสุทธิปลอมของจำเลยที่ ๑ ไว้และเป็นผลให้จำเลยที่ ๑ ได้รับเลือกตั้ง โจทก์ในฐานะผู้สมัครรับเลือกด้วยได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๗, ๒๖๘
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๘(๒) ไม่มีอำนาจฟ้อง จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องของโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยร่วมกระทำผิดโดยจำเลยที่ ๑ ยื่นขอใบสุทธิโดยไม่มีหลักฐานการสอบไล่ได้ จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นครูใหญ่กรอกข้อความอันเป็นเท็จรับรองในแบบสอบสวนขอรับใบสุทธิหรือใบแทนเกิน ๑๐ ปี เสนอขออนุญาตให้ตามคำขอ เป็นเหตุให้นายอำเภอและเจ้าหน้าที่แผนกศึกษาธิการอำเภอหลงเชื่ออนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ออกใบสุทธิซึ่งเป็นเอกสารปลอมให้แก่จำเลยที่ ๑ ก็ดี จำเลยที่ ๑ นำไปเป็นหลักฐานสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านต่อคณะกรรมการรับสมัครก็ดีล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย ส่วนการที่โจทก์ไม่ได้รับเลือก หาใช่เพราะผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยไม่ โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะนำคดีมาฟ้องได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2517
นายเหรียญ ไพรสินธ์ โจทก์
นายกอง คำหมอน ที่ 1 นายวันชัย ประเสริฐรัตน์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหรียญ ไพรสินธ์ · จำเลย - นายกอง คำหมอน ที่ 1 นายวันชัย ประเสริฐรัตน์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม จาละ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายวิเชียร วีรวานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายบดินทร์ ลุประสงค์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา