⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 880/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องคดีอาญาต้องอ้างบทกฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดให้ถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) หากไม่ครบถ้วน ฟ้องในส่วนนั้นจะถือว่าไม่สมบูรณ์และไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดส่วนนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิด 2 ฐาน คือฐานมีเฮโรอีนผิดกฎหมายกับฐานเสพเฮโรอีน แต่คำขอท้ายฟ้องโจทก์อ้างบทมาตราที่ขอให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนผิดกฎหมายมิได้อ้างมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นบทลงโทษฐานเสพเฮโรอีนด้วย ฟ้องของโจทก์ฐานเสพเฮโรอีนจึงขาดการอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการกระทำความผิดฐานนี้ ลงโทษจำเลยฐานเสพเฮโรอีนด้วยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง คือ ก. จำเลยมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดต้องห้ามตามกฎหมายโดยเด็ดขาดไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมายและมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี ข. จำเลยได้เสพเฮโรอีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนและเทียนไข กรวยตะกั่วหลอดดูด ไม้ขีดไฟ ซึ่งเป็นของที่จำเลยมีไว้และใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๑๔, ๒๐ ตรี, ๒๖, ๒๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๘ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๔, ๗, ๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธรับข้อเคยต้องโทษพ้นโทษ แต่ต่อมารับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามบทกฎหมายที่อ้างมาในคำขอท้ายฟ้องทุกมาตรา ให้จำคุกฐานมีเฮโรอีน ๑ ปี ฐานเสพเฮโรอีน ๒ ปี รวมจำคุก ๓ ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก ๔ ปี ๖ เดือน ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษที่จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยจำนนต่อพยานหลักฐาน ศาลชั้นต้นไม่ลดโทษให้นั้นชอบแล้ว แต่จะลงโทษจำเลยฐานเสพเฮโรอีนไม่ได้ เพราะคำขอท้ายฟ้องมิได้อ้างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๒ ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษเท่าที่อ้างในคำขอท้ายฟ้อง กับประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓ ให้จำคุก ๑ ปี เพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ไม่ลงโทษฐานเสพเฮโรอีน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานเสพเฮโรอีนด้วย ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาว่า จะลงโทษจำเลยฐานเสพเฮโรอีนได้หรือไม่นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทำผิด ๒ ฐาน คือ ฐานมีเฮโรอีนผิดกฎหมายกับฐานเสพเฮโรอีน แต่ในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ อ้างบทมาตราที่ขอให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนผิดกฎหมาย แต่มิได้อ้างมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งเป็นบทลงโทษฐานเสพเฮโรอีนด้วยฟ้องของโจทก์ฐานเสพเฮโรอีนจึงขาดการอ้างมาตราในกฎหมาย ซึ่งบัญญัติว่า การกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๖) และเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการกระทำผิดฐานนี้จะลงโทษจำเลยฐานเสพเฮโรอีนด้วยไม่ได้ ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้นั้นชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2517 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายแดน จักรพรรดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายแดน จักรพรรดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสำเนา ดิษยบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายบดินทร์ ลุประสงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 160/2533ฎีกา 679/2485ฎีกา 2417/2540ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2486/2558ฎีกา 537/2554ฎีกา 443/2489ฎีกา 1051/2510ฎีกา 2059/2522ฎีกา 7407/2553ฎีกา 2560/2544ฎีกา 5665/2538ฎีกา 7273/2539ฎีกา 17581/2555ฎีกา 2690/2535ฎีกา 436/2497ฎีกา 628/2537ฎีกา 2750/2543ฎีกา 852/2490ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2588/2524ฎีกา 5246/2548ฎีกา 6299/2534ฎีกา 1610/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา