⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 911/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานเรียกค่าไถ่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 วรรคแรก ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาเพื่อหากำไร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้อุบายหลอกลวงเอาตัวผู้เสียหายไป แล้วมาหามารดาของผู้เสียหายเรียกเอาเงินค่าไถ่ตัวผู้เสียหาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 วรรคแรก เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาเพื่อหากำไรด้วย จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 319 อีกบทหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.11 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.12 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่ จำเลยได้ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงเด็กหญิงอุดสา อายุ ๑๓ ปีเศษ ว่าจะพาไปทำงานรับจ้าง เป็นเหตุให้เด็กหญิงอุดสาหลงเชื่อยินยอมไปด้วย และจำเลยได้ร่วมกันพรากเด็กหญิงอุดสาไปจากบิดามารดาเพื่อหากำไรและหน่วงเหนี่ยวกักขังเด็กหญิงอุดสา ทั้งนี้เพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่ จำเลยได้ร่วมกันเรียกเอาเงินจากบิดามารดาของเด็กหญิงอุดสาเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าไถ่ตัวเด็กหญิงอุดสา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓, ๓๑๘, ๓๑๙, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๑, ๑๒ จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓, ๓๑๙ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๑, ๑๒ แต่เห็นว่าการกระทำของจำเลยมุ่งค่าไถ่เป็นสำคัญ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดจำคุกไว้คนละ ๑๕ ปี จำเลยที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๙ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๒ จำคุก ๑ ปี ปล่อยตัวจำเลยที่ ๓ พ้นข้อหาไป จำเลยที่ ๑, ๒ และ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ และ ๒ ได้ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงเอาตัวผู้เสียหายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่จริง แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีเจตนาเพื่อหากำไรด้วย จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๙ จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ บทเดียว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ วรรคแรก ตามที่ได้แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๑ ส่วนกำหนดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2517 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นางสาวสายทอง เมืองมา ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นางสาวสายทอง เมืองมา ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายอรุณ บุญศร · ศาลอุทธรณ์ - นายปชงค์ นาคพันธวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3204/2522ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1331/2523ฎีกา 119/2517ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 18654/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 70/2489ฎีกา 5090/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา