คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลภายนอกยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมในระหว่างการพิจารณาคดี โดยที่จำเลยมิได้ร้องขอให้ศาลเรียกเข้ามาในคดี และการเข้ามาเป็นจำเลยร่วมนั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ร้องสอดในการดำเนินคดีนอกเหนือจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่ ศาลอาจไม่อนุญาตให้เข้ามาในคดีได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์สืบพยานเสร็จแล้ว ระหว่างนัดสืบพยานจำเลย บิดาจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ดังนี้ ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ร้องสอดที่จะเข้ามาในดคี เพราะไม่อาจใช้สิทธิใด ๆ ในการดำเนินคดีนอกจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่เมื่อตนร้องสอด ทั้งจำเลยก็มิได้ร้องขอให้ศาลเรียกผู้ร้องสอดเข้ามาในคดีตั้งแต่แรก เพื่อผลแห่งคดีที่จะต้องรับผิดร่วมกัน จึงไม่สมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาในคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จำนองที่ดินโฉนดที่ ๘๓๕ พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน ๗๑๕,๐๐๐ บาท ไว้กับธนาคารโจทก์ หลังจากนั้นจำเลยได้ตกลงขึ้นเงินจำนองอีก ๓ ครั้งโดยจดทะเบียนต่อพนักงานที่ดิน จำเลยได้เบิกเงินไปจากธนาคารโจทก์ จำเลยเป็นหนี้จำนองโจทก์ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๒,๔๔๘,๘๗๓.๗๕ บาท ขอให้จำเลยชำระหนี้จำนวนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ ไถ่ถอนการจำนองที่ดินและให้ชำระดอกเบี้ย ฯลฯ
จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่เคยเบิกเงินเกินบัญชีและจำนองที่ดินโฉนดตามฟ้องไว้กับโจทก์โดยบริสุทธิ์ใจ นิติกรรมจำนองระหว่างโจทก์จำเลยเป็นนิติกรรมอำพราง
เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ระหว่างนัดสืบพยานจำเลย นายสุนทร ธรรมรัตน์ บิดาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าการดำเนินกิจการตลอดจนการติดต่อกับธนาคารโจทก์ ผู้ร้องเป็นผู้ติดต่อด้วยตนเอง ผู้ร้องเป็นผู้เซ็นสั่งจ่ายเช็คธนาคารโจทก์ร่วมกับจำเลยทุกฉบับ ผู้ร้องไม่เคยขอขึ้นเงินจำนอง จำเลยกับผู้ร้องไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ การที่โจทก์เอาหลักฐานที่มีชื่อผู้ร้องเซ็นสั่งจ่ายมาเป็นหลักฐานฟ้องคดีนี้ ย่อมทำให้ผู้ร้องเสียหาย ผู้ร้องจึงมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี เพื่อให้ได้รับการรับรอง และคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องตามกฎหมาย จึงขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่มีส่วนได้เสียหรือเพื่อคุ้มครองสิทธิ เป็นเรื่องจำนองระหว่างโจทก์จำเลยเท่านั้น ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์สืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ร้องสอดที่จะเข้ามาในคดี เพราะไม่อาจใช้สิทธิใด ๆ ในการดำเนินคดี นอกจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่เมื่อตนร้องสอด ทั้งจำเลยก็มิได้ร้องขอให้ศาลเรียกผู้ร้องเข้ามาในคดีตั้งแต่แรกเพื่อผลแห่งคดีที่จะต้องรับผิดร่วมกัน ศาลฎีกาจึงเห็นไม่สมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาในคดีนี้
พิพากษายืนในผลที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2518
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โจทก์
นางสาวเพชรจันทร์ ธรรมรัตน์ ล.
นายสุนทร ธรรมรัตน์ ผู้ร้องสอด
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · ล. - นางสาวเพชรจันทร์ ธรรมรัตน์ · ผู้ร้องสอด - นายสุนทร ธรรมรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น · ศาลอุทธรณ์ - นายพิศิษฎ์ เทศะบำรุง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา