⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1043/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลภายนอกยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมในระหว่างการพิจารณาคดี โดยที่จำเลยมิได้ร้องขอให้ศาลเรียกเข้ามาในคดี และการเข้ามาเป็นจำเลยร่วมนั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ร้องสอดในการดำเนินคดีนอกเหนือจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่ ศาลอาจไม่อนุญาตให้เข้ามาในคดีได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์สืบพยานเสร็จแล้ว ระหว่างนัดสืบพยานจำเลย บิดาจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ดังนี้ ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ร้องสอดที่จะเข้ามาในดคี เพราะไม่อาจใช้สิทธิใด ๆ ในการดำเนินคดีนอกจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่เมื่อตนร้องสอด ทั้งจำเลยก็มิได้ร้องขอให้ศาลเรียกผู้ร้องสอดเข้ามาในคดีตั้งแต่แรก เพื่อผลแห่งคดีที่จะต้องรับผิดร่วมกัน จึงไม่สมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาในคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จำนองที่ดินโฉนดที่ ๘๓๕ พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน ๗๑๕,๐๐๐ บาท ไว้กับธนาคารโจทก์ หลังจากนั้นจำเลยได้ตกลงขึ้นเงินจำนองอีก ๓ ครั้งโดยจดทะเบียนต่อพนักงานที่ดิน จำเลยได้เบิกเงินไปจากธนาคารโจทก์ จำเลยเป็นหนี้จำนองโจทก์ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๒,๔๔๘,๘๗๓.๗๕ บาท ขอให้จำเลยชำระหนี้จำนวนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ ไถ่ถอนการจำนองที่ดินและให้ชำระดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่เคยเบิกเงินเกินบัญชีและจำนองที่ดินโฉนดตามฟ้องไว้กับโจทก์โดยบริสุทธิ์ใจ นิติกรรมจำนองระหว่างโจทก์จำเลยเป็นนิติกรรมอำพราง เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ระหว่างนัดสืบพยานจำเลย นายสุนทร ธรรมรัตน์ บิดาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าการดำเนินกิจการตลอดจนการติดต่อกับธนาคารโจทก์ ผู้ร้องเป็นผู้ติดต่อด้วยตนเอง ผู้ร้องเป็นผู้เซ็นสั่งจ่ายเช็คธนาคารโจทก์ร่วมกับจำเลยทุกฉบับ ผู้ร้องไม่เคยขอขึ้นเงินจำนอง จำเลยกับผู้ร้องไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ การที่โจทก์เอาหลักฐานที่มีชื่อผู้ร้องเซ็นสั่งจ่ายมาเป็นหลักฐานฟ้องคดีนี้ ย่อมทำให้ผู้ร้องเสียหาย ผู้ร้องจึงมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี เพื่อให้ได้รับการรับรอง และคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องตามกฎหมาย จึงขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่มีส่วนได้เสียหรือเพื่อคุ้มครองสิทธิ เป็นเรื่องจำนองระหว่างโจทก์จำเลยเท่านั้น ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์สืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ร้องสอดที่จะเข้ามาในคดี เพราะไม่อาจใช้สิทธิใด ๆ ในการดำเนินคดี นอกจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่เมื่อตนร้องสอด ทั้งจำเลยก็มิได้ร้องขอให้ศาลเรียกผู้ร้องเข้ามาในคดีตั้งแต่แรกเพื่อผลแห่งคดีที่จะต้องรับผิดร่วมกัน ศาลฎีกาจึงเห็นไม่สมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาในคดีนี้ พิพากษายืนในผลที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2518 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นางสาวเพชรจันทร์ ธรรมรัตน์ ล. นายสุนทร ธรรมรัตน์ ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · ล. - นางสาวเพชรจันทร์ ธรรมรัตน์ · ผู้ร้องสอด - นายสุนทร ธรรมรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น · ศาลอุทธรณ์ - นายพิศิษฎ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6146/2550ฎีกา 2573/2520ฎีกา 5716/2539ฎีกา 1460/2567ฎีกา 6627/2560ฎีกา 172/2520ฎีกา 1737/2494ฎีกา 75/2509ฎีกา 2128-2129/2522ฎีกา 4477/2529ฎีกา 3305/2534ฎีกา 7237/2537ฎีกา 676-689/2498ฎีกา 2073/2542ฎีกา 270/2486ฎีกา 760/2494ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา