คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่แตกต่างไปจากที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง แต่ยังคงเป็นการกระทำผิดฐานเดียวกันและเกิดจากการกระทำของจำเลย ย่อมไม่ถือเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถชนรถโจทก์ร่วมในขณะรถโจทก์ร่วมหยุดอยู่ แต่ทางพิจารณาได้ความว่ารถโจทก์ร่วมกำลังขับเคลื่อนไปมิได้หยุด เมื่อการชนเกิดขึ้นเนื่องจากการขับรถโดยประมาทของจำเลยศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้ หาใช่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นและเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ขับรถยนต์นั่ง ๒ แถวด้วยความประมาท กล่าวคือ จำเลยขับรถผ่านรถประจำทางซึ่งจอดรับส่งคนโดยสารก่อนถึงทางแยกเข้าบ้านพักทหารอากาศไปด้วยความเร็วสูง ประมาณ ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมิได้ลดความเร็วและให้สัญญาณแต่อย่างใดทั้งขับผ่านทางแยกไปด้วยความเร็วสูงเกินกว่า ๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นเหตุให้ชนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลซึ่งมีนาวาอากาศโทเจริญ เมี้ยนกำเหนิด ขับสวนทางมาในขณะหยุดรถรอเพื่อจะเลี้ยวขวาเข้าซอยบ้านพักทหารอากาศดังกล่าวเสียหาย นาวาอากาศโทเจริญ เมี้ยนกำเหนิดกับพวกได้รับอันตรายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐, ๓๙๐ และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๑๓, ๒๘, ๒๙, ๖๖ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๔ มาตรา ๗, ๑๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
นาวาอากาศโทเจริญ เมี้ยนกำเหนิด ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วให้จำคุกจำเลย ๓ เดือนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นบทหนัก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงและชนรถโจทก์ร่วมในขณะโจทก์ร่วมกำลังแล่นตัดถนนเพื่อเลี้ยว เข้าซอยหาใช่ชนในขณะรถโจทก์ร่วมจอดอยู่ไม่ และโจทก์ร่วมมิได้ขับตัดหน้ารถจำเลยในระยะกระชั้นชิด จำเลยเป็นฝ่ายประมาทส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจกท์ฟ้องว่าจำเลยขับรถชนรถโจทก์ร่วมในขณะที่รถโจทก์ร่วมจอดอยู่ เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังว่าชนในขณะรถโจทก์ร่วมมิได้จอดแต่กำลังขับเคลื่อนไป จึงลงโทษจำเลยมิได้นั้น เห็นว่าแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ดังกล่าวแต่เมื่อการชนเกิดขึ้นเนื่องจากการขับรถโดยประมาทของจำเลย และโจทก์ร่วมก็มิได้ขับรถตัดหน้ารถจำเลยในระยะกระชั้นชิดดังจำเลยฎีกาอีกด้วย เช่นนี้ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้หาใช่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นและเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษดังที่จำเลยอ้างในฎีกาไม่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2518
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์
นาวาอากาศโทเจริญ เมี้ยนกำเหนิด โจทก์ร่วม
นายประทีป แสงอินทร์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · โจทก์ร่วม - นาวาอากาศโทเจริญ เมี้ยนกำเหนิด · ล. - นายประทีป แสงอินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ จามรมาน · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายจรัส อุดมวรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายจังหวัด แสงแข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา