⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1684/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถือเป็นการยึดทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้แทนเฉพาะคดีที่ศาลตั้งขึ้น มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนผู้เยาว์ และมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้ แม้ผู้เยาว์จะยังไม่ได้รับมรดกก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแต่งงานกับนาง น. โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จำเลยจึงไม่ใช่ทายาท ไม่มีสิทธิได้รับมรดกของ น. ในคดีเดิมโจทก์ไม่ได้ฟ้อง น.เป็นจำเลย หากแต่ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกของ น. แม้คำพิพากษาในคดีเดิมจะฟังว่า น.กู้เงินโจทก์ไปจริงก็ตาม แต่ในคดีดังกล่าวโจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของ น.เป็นจำเลย การที่โจทก์นำยึดที่พิพาทซึ่งมารดาของ น.ยกให้ น.ก่อนแต่งงานกับจำเลย โดยมีชื่อ น.เป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว จึงเป็นการยึดทรัพย์ของผู้อื่นมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ผู้ร้องทั้งสามเป็นบุตรของ น.เกิดจากจำเลย ในระหว่างที่ น.ยังมีชีวิตอยู่ น.จึงเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้ร้อง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538 เมื่อ น.ถึงแก่กรรม ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เยาว์จึงไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมและเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของ น. เมื่อศาลมีคำสั่งให้ตั้ง ส.เป็นผู้แทนเฉพาะคดีของผู้ร้องทั้งสาม ส.จึงมีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้องทั้งสามได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 วรรคสุดท้าย และมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับมรดกของ น.ก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.283 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1373 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกของนางนวน สิงหาพันธ์ ภรรยาผู้มรณะ เรียกเงินกู้และดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔๑,๔๖๐ บาทให้โจทก์ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๑๓๑ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๗๗๕ อ้างว่าเป็นที่ดินของจำเลย ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดทั้งสองแปลงเป็นของนางนวน สิงหาพันธ์ มารดาผู้ร้องทั้งสาม จำเลยเป็นสามีไม่ชอบด้วยกฎหมายของนางนวน จึงไม่ใช่ทายาทของนางนวน ไม่มีสิทธิได้รับมรดก เมื่อนางนวนตาย มรดกของนางนวนจึงตกได้แก่ผู้ร้องทั้งสาม ขอให้ถอนการยึด โจทก์ให้การว่า โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกของนางนวน ซึ่งจำเลยเป็นสามีเป็นทายาทผู้รับมรดก ผู้จัดการมรดก ผู้ปกครองทรัพย์ของนางนวน ผู้ร้องไม่ใช่ทายาทของนางนวน นางสำราญ คงศิริ ผู้แทนเฉพาะคดีไม่มีอำนาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์แทนผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสองแปลง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่า ในคดีเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกนางนวนภรรยาผู้มรณะ และศาลพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี โดยฟังว่าจำเลยและนางนวนได้กู้เงินโจทก์ไปจริง โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงมีสิทธินำยึดที่ดิน ๒ แปลงซึ่งมีชื่อนางนวนเป็นเจ้าของและยังไม่มีผู้รับมรดกนั้น ศาลฎีกาเห็นว่านายหลิมและนางนวนแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินมีโฉนดและ ส.ค.๑ ที่โจทก์นำยึดก็ได้ความว่าเดิมเป็นของนางเรือนมารดกยกให้แก่นางนวนก่อนแต่งงานกับนายหลิม และมีชื่อนางนวนเป็นเจ้าของโดยไม่มีชื่อนายหลิมจำเลยเป็นเจ้าของร่วมแต่อย่างใด ในคดีเดิม (คดีแพ่งแดงที่ ๖๔/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี) ก็ปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องนางนวนเป็นจำเลย หากแต่ฟ้องนายหลิมในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกของนางนวน นายหลิมจำเลยจึงไม่ใช่ทายาท ไม่มีสิทธิได้รับมรดกของนางนวน แม้คำพิพากษาในคดีเดิมจะฟังว่านางนวนกู้เงินโจทก์ไปจริงก็ตาม แต่ในคดีดังกล่าวปรากฏว่าโจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของนางนวนเป็นจำเลย การที่โจทก์นำยึดที่ดินโฉนดและ ส.ค.๑ ซึ่งแม้จะมีชื่อนางนวนเป็นเจ้าของ จึงเป็นการยึดทรัพย์ของผู้อื่นมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึด ที่โจทก์ฎีกาต่อไปอีกว่าผู้ร้องทั้งสามยังไม่ได้รับมรดกของนางนวน จึงไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์นั้น เห็นว่า ผู้ร้องทั้งสามเป็นบุตรโดยชอบของนางนวนเกิดจากนายหลิมจำเลย แต่ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายหลิมจำเลย ในระหว่างที่นางนวนยังมีชีวิตอยู่ นางนวนจึงเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้ร้องตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๘ เมื่อนางนวนถึงแก่กรรม ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เยาว์จึงไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมและเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของนางนวน เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งให้นางสำราญ คงศิริ เป็นผู้แทนเฉพาะคดีของผู้ร้องทั้งสาม นางสำราญ คงศิริ จึงมีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้องทั้งสามได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๖ วรรคสุดท้าย และมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับมรดกของนางนวน สิงหาพันธ์ ก่อน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2518 นายดำรง สุขสมบูรณ์ โจทก์ นางสาวมนัส สิงหาพันธ์ ที่ 1 เด็กหญิงมณี สิงหาพันธ์ ที่ 2 เด็กชายพานิช สิงหา พันธ์ โดยนางสำราญ คงศิริ ผู้แทนเฉพาะคดี ที่ 3 ผู้ร้อง นายหลิม สิงหาพันธ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดำรง สุขสมบูรณ์ · สิงหา - นางสาวมนัส สิงหาพันธ์ ที่ 1 เด็กหญิงมณี สิงหาพันธ์ ที่ 2 เด็กชายพานิช · ผู้ร้อง - พันธ์ โดยนางสำราญ คงศิริ ผู้แทนเฉพาะคดี ที่ 3 · ล. - นายหลิม สิงหาพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสุทธิ อินทุเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลูตม์ สวัสดิทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2345/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1413/2508ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา