⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1776/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2518

ป.อาญา ม.59, 68, 72 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำที่เกินกว่าเหตุแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากผู้กระทำมิได้กระทำเช่นนั้น จะเป็นอันตรายแก่ตนหรือผู้อื่นเกินสมควร ย่อมไม่มีความผิด * การกระทำความผิดอาญาเพราะบันดาลโทสะ จะต้องเป็นการกระทำความผิดเพราะถูกผู้อื่นข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมประการอื่น จนผู้กระทำไม่อาจจะควบคุมอารมณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้ตายล้มลงและจอบหลุดจากมือ ผู้ตายไม่อาจจะทำร้ายจำเลยได้ การที่จำเลยได้ใช้จอบของผู้ตายตีผู้ตายขณะล้มนอนอยู่ จนกะโหลกศีรษะแตก แสดงว่าตีโดยแรง แม้ตีเพียง 1 ที ก็ถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า จะอ้างว่ากระทำเพื่อเป็นการป้องกันตัวไม่ได้ จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน โดยเปิดน้ำในนาของผู้ตายจนแห้งเพื่อนำเข้าไปใช้ในนาของจำเลย เมื่อผู้ตายมาด่าและท้าจำเลย จำเลยทำร้ายผู้ตาย ดังนี้ จะอ้างว่ากระทำไปโดยบันดาลโทสะไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้จอบตีศีรษะ นายทองดีถึงแต่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ คืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ นางล้อม ถองทอง ภริยาผู้ตายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี คำให้การของจำเลยในชั้นศาลและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๐ ปี ของกลางคืนเจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลเหตุที่จะเกิดคดีนี้เนื่องจากจำเลยเปิดน้ำในนาของผู้ตายจนแห้งเพื่อนำเข้าไปใช้ในนาของตนเอง ซึ่งเป็นการกระทำอย่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้ตาย ตามคำเบิกความของตัวจำเลย เมื่อผู้ตายท้าจำเลย จำเลยก็ลุกขึ้นยืนและหันหน้าไปทางผู้ตาย แสดงว่าจำเลยประสงค์จะต่อสู้กับผู้ตายจะอ้างว่ากระทำเพื่อเป็นการป้องกันตัวหาได้ไม่ และมูลเหตุเกิดจากการกระทำของจำเลยก่อน จึงไม่อาจอ้างว่าได้กระทำไปโดยเป็นการบันดาลโทสะ ตามคำเบิกความของพยานโจทก์ยืนยันว่า ผู้ตายล้มและจอบหลุดจากมือแล้ว ผู้ตายไม่อาจจะทำร้ายจำเลยได้ การที่จำเลยใช้จอบของผู้ตายตีผู้ตายขณะที่ผู้ตายล้มนอนอยู่ จึงมิใช่เป็นการป้องกันตัว จำเลยใช้จอบตีศีรษะผู้ตายขณะที่ผู้ตายนอนอยู่ เป็นการเลือกทำร้ายผู้ตายในส่วนของร่างกายที่สำคัญ ปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องว่า กะโหลกศีรษะของผู้ตายแตกทั้งด้านซ้ายและขวาและฐานกะโหลกบริเวณดวงตาด้วย จนกะโหลกกดเนื้อสมองยุบ สมองบวมช้ำมาก เหตุที่ตายก็เพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนมากและมีเลือดออกในสมอง บาดแผลดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่าจำเลยตีผู้ตายโดยแรง แม้จำเลยจะตีผู้ตายเพียง ๑ ที ผู้ตายก็ได้รับอันตรายจนถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2518 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก โจทก์ นางล้อม กองทอง โจทก์ร่วม นายแก้ว จึแจ่ม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก · โจทก์ร่วม - นางล้อม กองทอง · ล. - นายแก้ว จึแจ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวชิระ รัตนสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 1666/2521ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16867/2557ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา