⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1776/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำที่เกินกว่าเหตุแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากผู้กระทำมิได้กระทำเช่นนั้น จะเป็นอันตรายแก่ตนหรือผู้อื่นเกินสมควร ย่อมไม่มีความผิด * การกระทำความผิดอาญาเพราะบันดาลโทสะ จะต้องเป็นการกระทำความผิดเพราะถูกผู้อื่นข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมประการอื่น จนผู้กระทำไม่อาจจะควบคุมอารมณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้ตายล้มลงและจอบหลุดจากมือ ผู้ตายไม่อาจจะทำร้ายจำเลยได้ การที่จำเลยได้ใช้จอบของผู้ตายตีผู้ตายขณะล้มนอนอยู่ จนกะโหลกศีรษะแตก แสดงว่าตีโดยแรง แม้ตีเพียง 1 ที ก็ถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า จะอ้างว่ากระทำเพื่อเป็นการป้องกันตัวไม่ได้ จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน โดยเปิดน้ำในนาของผู้ตายจนแห้งเพื่อนำเข้าไปใช้ในนาของจำเลย เมื่อผู้ตายมาด่าและท้าจำเลย จำเลยทำร้ายผู้ตาย ดังนี้ จะอ้างว่ากระทำไปโดยบันดาลโทสะไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้จอบตีศีรษะ นายทองดีถึงแต่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ คืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ นางล้อม ถองทอง ภริยาผู้ตายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี คำให้การของจำเลยในชั้นศาลและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๐ ปี ของกลางคืนเจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลเหตุที่จะเกิดคดีนี้เนื่องจากจำเลยเปิดน้ำในนาของผู้ตายจนแห้งเพื่อนำเข้าไปใช้ในนาของตนเอง ซึ่งเป็นการกระทำอย่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้ตาย ตามคำเบิกความของตัวจำเลย เมื่อผู้ตายท้าจำเลย จำเลยก็ลุกขึ้นยืนและหันหน้าไปทางผู้ตาย แสดงว่าจำเลยประสงค์จะต่อสู้กับผู้ตายจะอ้างว่ากระทำเพื่อเป็นการป้องกันตัวหาได้ไม่ และมูลเหตุเกิดจากการกระทำของจำเลยก่อน จึงไม่อาจอ้างว่าได้กระทำไปโดยเป็นการบันดาลโทสะ ตามคำเบิกความของพยานโจทก์ยืนยันว่า ผู้ตายล้มและจอบหลุดจากมือแล้ว ผู้ตายไม่อาจจะทำร้ายจำเลยได้ การที่จำเลยใช้จอบของผู้ตายตีผู้ตายขณะที่ผู้ตายล้มนอนอยู่ จึงมิใช่เป็นการป้องกันตัว จำเลยใช้จอบตีศีรษะผู้ตายขณะที่ผู้ตายนอนอยู่ เป็นการเลือกทำร้ายผู้ตายในส่วนของร่างกายที่สำคัญ ปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องว่า กะโหลกศีรษะของผู้ตายแตกทั้งด้านซ้ายและขวาและฐานกะโหลกบริเวณดวงตาด้วย จนกะโหลกกดเนื้อสมองยุบ สมองบวมช้ำมาก เหตุที่ตายก็เพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนมากและมีเลือดออกในสมอง บาดแผลดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่าจำเลยตีผู้ตายโดยแรง แม้จำเลยจะตีผู้ตายเพียง ๑ ที ผู้ตายก็ได้รับอันตรายจนถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2518 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก โจทก์ นางล้อม กองทอง โจทก์ร่วม นายแก้ว จึแจ่ม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก · โจทก์ร่วม - นางล้อม กองทอง · ล. - นายแก้ว จึแจ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวชิระ รัตนสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 769-770/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา