⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1786-1787/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1786-1787/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานพยายามกระทำความผิดได้นั้น จะต้องมีการเริ่มต้นลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่ยังไม่บรรลุผล. เมื่อกฎหมายใหม่ได้บัญญัติยกเว้นโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดในระหว่างระยะเวลาที่กำหนดไว้ ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้อง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเพียงแต่ชักปืนจากเอว ยังไม่ทันได้ยกจ้องยิงไปทางผู้เสียหาย ก็ถูกผู้เสียหายใช้สันมีดตีศีรษะจนปืนหลุดจากมือ การลงมือจึงยังไม่เริ่มต้นขึ้น จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 บัญญัติให้ผู้มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด นำไปขอรับอนุญาตหรือนำไปมอบให้นายทะเบียนท้องที่ได้แล้วแต่กรณีภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เมื่อคดียังอยู่ในระหว่างเวลา 90 วัน ก็ต้องถือว่าในระหว่างระยะเวลานี้ กฎหมายได้ยกเว้นโทษให้แก่จำเลยแล้ว ศาลจึงต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ และไม่ริบของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.3 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นจ้องยิงนายสว่าง โดยเจตนาฆ่า จำเลยลงมือแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด เนื่องจากนายสว่างได้ใช้พร้าตีและเข้ากอดปล้ำจนอาวุธปืนหลุดจากมือจำเลย จำเลยจึงยิงไม่ได้สมดังเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 และริบปืนกับกระสุนของกลาง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอกพร้อมด้วยกระสุนปืนลูกซอง 2 นัด และมีลูกระเบิดมือสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม 1 ลูกไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8, 55, 72, 78 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 5, 8 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 มาตรา 3 และริบของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8, 55, 72, 78 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 5, 8 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 มาตรา 3 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55 ประกอบด้วยมาตรา 78 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดให้จำคุก 5 ปี และจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วย มาตรา 80 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก12 ปี รวมเป็นโทษจำคุก 17 ปี ของกลางริบ จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8, 72 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 มาตรา 3 ลงโทษจำคุก 1 ปี กระทงหนึ่งและมีความผิดฐานมีลุกระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55, 78 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 5, 8 ลงโทษจำคุก 4 ปี อีกกระทงหนึ่ง รวมเป็นโทษจำคุก 5 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาพยายามฆ่านอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์สำนวนแรกฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่า จำเลยสำนวนหลังฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของโจทก์สำนวนแรกว่า จำเลยเพียงแต่ชักปืนออกจากเอว ยังไม่พร้อมที่จะเล็งยิงไปยังผู้เสียหายอันเป็นเป้าหมาย จำเลยก็ถูกผู้เสียหายใช้สันมีดตีศีรษะจำเลยปืนหลุดจากมือเสียก่อน จำเลยจึงหมดโอกาสที่จะเล็งไปยังผู้เสียหายอันเป็นเป้าหมายโดยเจตนาที่จะยิง การลงมือยิงจึงยังไม่เริ่มต้นขึ้น การกระทำของจำเลยจึงไม่พอถือได้ว่าเข้าขั้นเป็นพยายามกระทำผิด ส่วนฎีกาของจำเลยสำนวนหลังนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บัดนี้ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 3, 4, 5 บัญญัติความว่า ให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดไม่ว่าชนิดหรือขนาดใด ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือที่ไม่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมาย หรือที่สำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามนำไปขอรับอนุญาตหรือนำไปมอบให้นายทะเบียนท้องที่ได้แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างเวลา 90 วันดังกล่าว จึงต้องถือว่าในระหว่างระยะเวลานี้กฎหมายได้ยกเว้นโทษให้แก่ผู้มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วจำเลยจึงไม่ต้องรับโทษ พิพากษาแก้ว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ด้วย ของกลางไม่ริบ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1786 - 1787/2518 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์ นายอุดม คุณฉลาด จำเลย พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์ นายอุดม คุณฉลาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน · จำเลย - นายอุดม คุณฉลาด · โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน · จำเลย - นายอุดม คุณฉลาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ธวัช สิทธิชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 7083/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1875/2547ฎีกา 1162/2508ฎีกา 664/2520ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1797/2522ฎีกา 51/2502ฎีกา 1082/2511ฎีกา 239/2484ฎีกา 11/2539ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา