⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 21/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากการจับกุมโดยไม่มีโอกาสเลือกที่แทง อาจไม่ถือว่ามีเจตนาฆ่า แต่ยังคงเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยวิ่งหนีเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานแล้วล้มลงผู้เสียหายเข้าจับกุมจำเลย จำเลยจึงใช้มีดของกลางที่ถือติดมืออยู่ยาวทั้งด้ามและตัวมีดประมาณ 1 คืบ แทงถูกที่บริเวณหน้าท้องของผู้เสียหาย 1 ทีในที่มืดโดยไม่มีโอกาสเลือกแทงเพราะกำลังดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของผู้เสียหาย ดังนี้ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย คงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย สาหัสเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.298

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าสิบตำรวจตรีคำพอง มะโนมัย กับพวกตรวจพบจำเลยกับพวกกำลังเล่นการพนันเบี้ยโบกโดยมิได้รับอนุญาต จึงเข้าทำการจับกุมตามอำนาจหน้าที่ จำเลยไม่ยอมให้จับกุม ได้บังอาจต่อสู้ขัดขวางโดยใช้มีดเป็นอาวุธแทงพยายามฆ่าสิบตำรวจตรีคำพองขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๘๙, ๘๐ และริบมีดของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๘๙, ๘๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙, ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยตลอดชีวิต จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒๕ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๙๗, ๒๙๘ (ที่ถูกไม่ต้องปรับบทด้วยมาตรา ๒๙๗ ด้วย) ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๘ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลย ๑๐ ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๕ ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ปัญหาขึ้นสู่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยมีเพียงว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าสิบตำรวจตรีคำพอง มะโนมัยผู้เสียหายหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้เสียหายมีบาดแผลถูกแทงที่หน้าท้องข้างขวาส่วนล่างยาวประมาณ ๒ เซนติเมตร และแผลที่ลำไส้ใหญ่ส่วนต้นยาวประมาณ ๒ เซนติเมตรเท่านั้น พิจารณาตำแหน่งของแผลที่ปรากฏอยู่และความยาวของบาดแผล ๒ แห่งนี้แสดงว่าผู้เสียหายถูกแทงจากแผลแรกคือที่หน้าท้องแล้วทะลุไปถูกลำไส้ใหญ่เป็นการแทงครั้งเดียวสมดังคำให้ การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนที่โจทก์อ้างส่งศาลว่าขณะที่จำเลยวิ่งหนีเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของผู้เสียหาย ในข้อหาฐานเล่นการพนันเบี้ยโบก แล้วจำเลยหกล้มทันใดนั้นผู้เสียหายใช้แขนกด (ล็อก) คอจำเลยไว้ จำเลยจึงใช้มีดปลายแหลมของกลางที่ถือติดมืออยู่แทงถูกผู้เสียหายเพียง ๑ ที ผู้เสียหายปล่อยมือจากการกอดคอจำเลยจำเลยวิ่งหนี ดังนี้ พฤติการณ์ของจำเลยที่กำลังวิ่งหนีให้พ้นจากการจับกุมของผู้เสียหายแล้วล้มลง ผู้เสียหายเข้าจับกุมจำเลยอีกจำเลยจึงแทงผู้เสียหาย ๑ ทีในที่มืดโดยไม่มีโอกาสเลือกแทงเพราะกำลังดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของผู้เสียหายอยู่ด้วย และจำเลยแทงถูกผู้เสียหายเพียงแผลเดียวด้วยมีดของกลางซึ่งยาวทั้งด้ามและตัวมีดประมาณ ๑ คืบนั้น ข้อเท็จจริงได้ความเพียงเท่านี้ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย จำเลยคงมีความผิดฐานทำร้างร่างกายผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2518 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายเคนหรือข่อง สิทธิกมล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · ล. - นายเคนหรือข่อง สิทธิกมล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุ่ม สุนทรชัย · พิชัย รชตะนันทน์ · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายอากร อัชกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ จีระมะกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 619/2513ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531ฎีกา 414/2529ฎีกา 6675/2531ฎีกา 643/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา