⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2212/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยไม่สามารถคืนตั๋วจำนำได้ ศาลจะสั่งให้จำเลยใช้ราคาตั๋วจำนำแก่ผู้เสียหายได้ต่อเมื่อปรากฏว่าตั๋วจำนำนั้นมีราคา และราคาที่สั่งให้ใช้ต้องเป็นราคาของเอกสารตั๋วจำนำ ไม่ใช่ราคาของทรัพย์สินที่จำนำไว้

ย่อคำพิพากษา

พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่าจำเลยชิงเอาธนบัตร 740 บาท และตั๋วจำนำสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ราคา 300 บาทรวมเป็นเงิน 1,040 บาทของผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษและสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 1,040 บาทแก่เจ้าทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 1,040 บาทแก่เจ้าทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหาย ย่อมมีความหมายว่าสำหรับตั๋วจำนำนั้น ถ้าจำเลยไม่สามารถคืนได้ก็ให้จำเลยใช้เงินแก่ผู้เสียหาย 300 บาท แต่เงินจำนวนนี้เป็นราคาที่จำนำทรัพย์ หาใช่ราคาของเอกสารตั๋วจำนำไม่ และเมื่อในสำนวนไม่ปรากฏว่าเอกสารตั๋วจำนำมีราคาเท่าใด ศาลจึงไม่อาจสั่งให้จำเลยใช้ราคาตั๋วจำนำไปในคดีนี้ (อ้างฎีกาที่ 40/2518 และ 1163/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองไม่รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร แล้วจำเลยร่วมกับพวกใช้ปืนเป็นอาวุธและรถยนต์แท็กซี่เป็นพาหนะชิงธนบัตรและตั๋วจำนำสร้อยคอทองคำหนัก ๑ บาท ของผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๓๔๐ ตรี , ๓๗๑,๘๓,๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔,๑๕ กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑,๐๔๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยได้ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธและรถยนต์แท็กซี่เป็นพาหนะ แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าอาวุธที่จำเลยใช้เป็นอาวุธปืน พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๓๔๐ ตรี ,๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔,๑๕ จำคุก ๑๘ ปี ข้อหาอื่นให้ยก ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ของผู้เสียหายไปจริงแต่เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลย ชิงเอาธนบัตร ๗๔๐ บาท และตั๋วจำนำสร้อยคอทองคำหนัก ๑ บาท ราคา ๓๐๐ บาทรวมเป็นเงิน ๑,๐๔๐ บาทของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษและสั่งให้(จำเลย)คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑,๐๔๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหาย ย่อมมีความหมายว่าสำหรับตั๋วจำนำนั้น ถ้าจำเลยไม่สามารถคืนได้ก็ให้จำเลยใช้เงินแก่ผู้เสียหาย ๓๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ศาลฎีกาเห็นว่าข้อนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะราคา ๓๐๐ บาทนั้นเป็นราคาที่ผู้เสียหายจำนำสร้อยคอ หาใช่ราคาของเอกสารตั๋วจำนำไม่ ทั้งในสำนวนไม่ปรากฏด้วยว่าเอกสารตั๋วจำนำมีราคาเท่าใด ศาลจึงไม่อาจสั่งให้จำเลยใช้ราคาตั๋วจำนำไปในคดีนี้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๐/๒๕๑๘ และ ๑๑๖๓/๒๕๐๙ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะข้อที่สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์นั้นเป็นว่า ให้จำเลยคืนธนบัตรและตั๋วจำนำหรือใช้เงิน ๗๔๐ บาทแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ชุบ วีรเวคิน กฤษณ์ โสภิตกุล สุมิตร ฟังทองพรรณ) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2518 พนักงานอัยการ กรมอัยการ นายจำรัส เสงี่ยมศักดิ์

รายละเอียดคดี

คู่ความกรมอัยการ - พนักงานอัยการ · เสงี่ยมศักดิ์ - นายจำรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพูน จักรเสน · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 888/2490ฎีกา 2530/2527ฎีกา 5999/2544ฎีกา 915/2566ฎีกา 4273-4274/2534ฎีกา 3303/2531ฎีกา 213/2554ฎีกา 7201/2568ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 11216/2555ฎีกา 5702/2533ฎีกา 3380/2531ฎีกา 851/2487ฎีกา 22267/2555ฎีกา 8281/2552ฎีกา 920/2480ฎีกา 2289/2568ฎีกา 1546/2511ฎีกา 1408/2512ฎีกา 747/2565ฎีกา 1243/2545ฎีกา 12582/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา