⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2357/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2357/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สินสอดเป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส โดยไม่คำนึงว่าหญิงนั้นบรรลุนิติภาวะแล้วหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

สินสอดเป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1436 วรรคสาม โดยไม่จำกัดว่าหญิงซึ่งยอมสมรสนั้นบรรลุนิติภาวะแล้วหรือยัง ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองตกลงจะให้สินสอดแก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาของนางสาว ต. เพื่อตอบแทนในการที่นางสาว ต.ยอมสมรสกับบุตรของจำเลยทั้งสอง และต่อมานางสาว ต. กับบุตรโจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว แม้นางสาว ต. จะบรรลุนิติภาวะก่อนสมรส จำเลยทั้งสองก็จะต้องรับผิดชำระเงินสินสอดให้โจทก์ตามที่สัญญาไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1436 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1447

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองตกลงสู่ขอนางสาวแตวบุตรโจทก์ที่เกิดจากนายหมึด หลงเก็บ สามีคนก่อนซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ให้แต่งงานกับนายฉลอง บุตรจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองสัญญาว่าจะให้เงินสินสอดแก่โจทก์ ๕,๐๐๐ บาท แต่จำเลยทั้งสองกลับจัดการแต่งงานหนุ่มสาวทั้งสองไปโดยลำพังตนและไม่ชำระเงินสินสอดให้โจทก์ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินค่าสินสอด ๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยไม่เคยตกลงจะให้เงินสินสอดแก่โจทก์ แต่ตกลงกับนายหมึด หลงเก็บ บิดาของนางสาวแตวและได้มอบเงินสินสอด ๓,๐๐๐ บาทให้นายหมึดในวันทำพิธีสมรสแล้ว เมื่อทำพิธีสมรสฉลองและนางสาวแตวซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วไปจดทะเบียนสมรสกันเอง ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ในวันชี้สองสถาน ทนายจำเลยแถลงว่าฝ่ายจำเลยตกลงกับโจทก์จริงตามฟ้อง แต่ในวันแต่งงานบุตรมีแต่นายหมึด หลงเก็บ บิดาของนางสาวแตวซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรสกับโจทก์ไปในพิธี และตกลงกับฝ่ายจำเลยใหม่ขอเงินสินสอดเพียง ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งฝ่ายจำเลยมอบให้นายหมึดในวันนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยต้องรับผิดในเงินสินสอดต่อโจทก์ที่ตกลงกันไว้ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินสินสอด ๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่านางสาวแตวบรรลุนิติภาวะแล้ว ทำการสมรสได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินสินสอดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าสินสอดเป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรสตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๓๖ วรรคสาม โดยไม่จำกัดว่าหญิงซึ่งยอมสมรสนั้นบรรลุนิติภาวะแล้วหรือยัง ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองตกลงจะให้สินสอดแก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาของนางสาวแตว เพื่อตอบแทนในการที่นางสาวแตวยอมสมรสกับนายฉลองบุตรของจำเลย และต่อมาจำเลยทั้งสองได้ทำพิธีแต่งงานกับนางสาวแตวกับนายฉลองและนางสาวแตวกับนายฉลองได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว แม้นางสาวแถว จะบรรลุนิติภาวะก่อนสมรส จำเลยทั้งสองก็จะต้องรับผิดชำระเงินสินสอด ๕,๐๐๐ บาทให้โจทก์ตามที่สัญญาไว้ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสองชำระได้ พิพากษายืน (มงคล วัลยะเพ็ชร์ ยงยุทธ เลอลภ ผสม จิตรชุ่ม) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2357/2518 นางกาบ หมุนหลี โจทก์ นายอีด สาเหล้ ที่ 1 นางปิอะ สาเหล้ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกาบ หมุนหลี · จำเลย - นายอีด สาเหล้ ที่ 1 นางปิอะ สาเหล้ ที่ 2
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายสุชาติ ถาวรวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 878/2518ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 70/2518ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 1325/2506ฎีกา 279/2513ฎีกา 3711/2533ฎีกา 1376/2512ฎีกา 5255/2539ฎีกา 8534/2542ฎีกา 3052/2528ฎีกา 8258/2538ฎีกา 3234/2516ฎีกา 2658-2663/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา