⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2628/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2628/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินของทายาทหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ยังไม่ถือว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์หากยังไม่ครบกำหนดอายุความตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านซึ่งต่างก็เป็นทายาทของ ร.อ้างว่าครอบครองทรัพย์พิพาทเพื่อเป็นของตนภายหลัง ร.ตายเพียง 4 ปี แม้จะฟังเป็นความจริงข้างฝ่ายใด ก็ยังไม่มีฝ่ายใดได้กรรมสิทธิ์ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงข้อโต้เถียงในการเข้าครอบครองทรัพย์พิพาทของผู้ร้องและผู้คัดค้านว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายครอบครอง เมื่อผู้ร้องมิได้ดำเนินคดีโดยตั้งประเด็นว่าทรัพย์พิพาทเป็นมรดกและผู้ร้องเป็นทายาท แต่ตั้งประเด็นผู้ร้องได้ครอบครองทรัพย์พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความแล้วเมื่อผู้ร้องนำสืบฟังไม่ได้ ก็ชอบที่จะต้องยกฟ้อง และยังไม่สมควรที่จะแบ่งมรดกให้ในคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสองได้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๐๗๒ โดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของที่ดินกันมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ครอบครองทำกินเก็บผลประโยชน์ในที่พิพาทด้วยความสงบเปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกิน ๑๐ ปี ผู้คัดค้านจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาท ที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้านแล้วโดยการครอบคอรงพิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่ผู้ร้องที่ ๒ และผู้คัดค้านทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทของนายรอดและครอบครองที่พิพาทร่วมกัน ยังไม่ได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัด ผู้ร้องที่ ๒ มีสิทธิได้รับมรดกในที่พิพาท ๑ ใน ๕ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นมรดกของนายรอด ตกได้แก่ผู้ร้องที่ ๒ หนึ่งในห้า ให้ผู้คัดค้านแบ่งที่พิพาทให้ผู้ร้องที่ ๒ หนึ่งในห้าส่วน ถ้าไม่ตกลง ให้แบ่งโดยประมูลระหว่างเจ้าของหรือขายทอดตลาด ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านอ้างว่าครอบครองทรัพย์พิพาทเพื่อเป็นของตนภายหลังร.ตายเพียง ๔ ปี แม้จะฟังเป็นความจริงข้างฝ่ายใด ก็ยังไม่มีฝ่ายใดได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทรายนี้ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยถึงข้อโต้เถียงในการเข้าครอบครองทรัพย์พิพาทของผู้ร้องและผู้คัดค้านว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายครอบครอง เมื่อผู้ร้องมิได้ดำเนินคดีโดยตั้งประเด็นว่าทรัพย์พิพาทเป็นมรดกและผู้ร้องเป็นทายาท แต่ตั้งประเด็นผู้ร้องได้ครอบครองทรัพย์พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความแล้วเมื่อผู้ร้องนำสืบฟังไม่ได้ ก็ชอบที่จะต้องยกฟ้อง และยังไม่สมควรที่จะแบ่งมรดกให้ในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งมรดกแก่ผู้ร้องมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ยกคำร้องของผู้เสียโดยไม่ตัดสิทธิที่ผู้ร้องจะนำคดีไปฟ้องใหม่ในเรื่องมรดก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2628/2518 นายเฟื่อง ลอกพลอย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ร้อง นางบุญเรือง ชมภู ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายเฟื่อง ลอกพลอย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · ผู้คัดค้าน - นางบุญเรือง ชมภู ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดช วุฒิสิงห์ชัย · เดช วุฒิสิงห์ชัย · เดช วุฒิสิงห์ชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายอรุณ น้าประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4415/2528ฎีกา 4092/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา