⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 266/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพักโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ไม่ถือว่าเป็นการพ้นโทษ และวันพ้นโทษต้องนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดโทษ.

ย่อคำพิพากษา

ในระหว่างที่โจทก์ต้องโทษจำคุก แม้โจทก์จะได้รับการพักโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์พ้นโทษนับแต่วันที่ได้พักการลงโทษ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าวันครบกำหนดโทษของโจทก์ คือวันที่ 6 มกราคม 2515 วันพ้นโทษของโจทก์จึงต้องนับแต่วันที่ 7 มกราคม 2515 เป็นต้นไป ฉะนั้นวันที่โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านในวันที่ 19 มกราคม 2516 และรับเลือกตั้งเป็นกำนันในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2516 จึงยังไม่พ้นกำหนด 3 ปีนับแต่วันพ้นโทษ โจทก์จึงขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งได้โดยหาจำต้องใช้สิทธิทางศาลไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ม.50 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ม.53 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 364 ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายอาญา ม.21 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.12 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๑๖ และได้รับเลือกตั้งเป็นกำนันเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ ต่อมามีผู้ร้องเรียนจำเลยที่ ๒ ว่าโจทก์เคยต้องโทษจำคุกพ้นโทษมายังไม่เกิน ๓ ปี ขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านกำนันจำเลยที่ ๒ จึงสอบคุณสมบัติของโจทก์และรายงานให้จำเลยที่ ๑ ทราบ แล้วจำเลยที่ ๑ ได้มีคำสั่งว่าโจทก์ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนัน สั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะระหว่างโจทก์ต้องโทษจำคุกโจทก์ได้รับการพักโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ ต้องถือว่าโจทก์ได้รับโทษจำคุกเพียงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ นับจากวันที่โจทก์พ้นโทษถึงวันโจทก์สมัครรับเลือกตั้งจึงเกินกว่า ๓ ปี โจทก์จึงมีคุณสมบัติในการรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนัน และตามกฎหมายจำเลยที่ ๑ ไม่มีอำนาจสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและห้ามจำเลยดำเนินการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนัน เพราะเคยต้องโทษจำคุกนับถึงวันเลือกตั้งยังไม่พ้นกำหนด ๓ ปี นับแต่วันพ้นโทษ โจทก์ยื่นคำแถลงรับว่าเคยต้องโทษจำคุกตามคำให้การจำเลยและตามเอกสารท้ายคำให้การจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยจึงสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ได้รับพักโทษตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ ถือไม่ได้ว่าโจทก์พ้นโทษตั้งแต่วันดังกล่าววันพ้นโทษของโจทก์ยังไม่พ้นกำหนด ๓ ปี โจทก์จึงขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนันจำเลยที่ ๑ มีอำนาจออกคำสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่าโจทก์ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนันในเหตุที่เคยต้องโทษจำคุกพ้นโทษมายังไม่ เกิน ๓ ปี โดยอ้างว่าการที่โจทก์ได้พักโทษตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ แล้ว โจทก์มิเคยกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำอีกจนถึงวันครบกำหนดโทษที่เหลืออยู่ต้องถือว่าโจทก์พ้นโทษนับแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ เทียบเคียงได้กับเรื่องที่ศาลรอการลงโทษจำคุก เมื่อพ้นเวลาที่ศาลกำหนดโทษจำคุกที่ลงเป็นอันยกเลิกหรือไม่ก็เท่ากับเป็นการอภัยโทษลดโทษจำคุกให้แก่โจทก์โดยมี เงื่อนไขนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการรอการลงโทษจำคุกเป็นกรณีที่ยังไม่มีการลงโทษส่วนการพักการลงโทษเป็นกรณีที่มีขึ้นหลังจากมีการลงโทษจำคุกแล้วโดยผู้ที่ได้รับการพักโทษยังมีฐานะเป็นผู้ต้องโทษอยู่ในระหว่างพักการลงโทษ ถือไม่ได้ว่าพ้นโทษนับแต่วันที่ได้พักการลงโทษ จึงเป็นคนละกรณีใช้เทียบเคียงกันไม่ได้ การได้รับอภัยโทษลดโทษจำคุกเป็นวิธีการที่ใช้สำหรับลดโทษจำคุกของผู้ต้องโทษให้เหลือน้อยลง และให้มีผลในทันทีมิใช่ใช้โดยมีเงื่อนไข ไม่เหมือนกับการพักโทษซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้สำหรับให้โอกาสแก่ผู้ต้องโทษได้ออกไปอยู่นอกเรือนจำก่อนจะพ้นโทษ โดยยังมีฐานะเป็นผู้ต้องโทษอยู่เป็นคนละกรณีใช้เทียบเคียงไม่ได้เช่นกันเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าวันครบกำหนดโทษ ของโจทก์คือวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๑๕ วันพ้นโทษของโจทก์จึงต้องนับแต่วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๑๕ เป็นต้นไป ฉะนั้นวันที่โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๑๖ และรับเลือกตั้งเป็นกำนันในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ จึงยังไม่พ้นกำหนดเวลา ๓ ปี นับแต่วันพ้นโทษ โจทก์จึงขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีอำนาจสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งในกรณีที่โจทก์ขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามในการดำเนินการให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งชอบที่จะใช้สิทธิทางศาลนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในเรื่องคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๖๔ ข้อ ๒ ว่า "ผู้ใหญ่บ้านต้องออกจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) ขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา ๑๒ ฯลฯ (๗) ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ออกจากตำแหน่งเมื่อได้สอบสวนเห็นว่าบกพร่องในทางความประพฤติหรือความสามารถไม่ เหมาะสมกับตำแหน่ง" ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่าแม้แต่ผู้ใหญ่บ้านบกพร่องในทางความประพฤติหรือความสามารถไม่เหมาะสมกับ ตำแหน่งซึ่งไม่ถึงขั้นขาดคุณสมบัติ หรือเข้าลักษณะต้องห้ามกฎหมายก็ยังให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งได้ เมื่อพิจารณาประกอบกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๘ ข้อ ๕๐ ซึ่งบัญญัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในราชการของจังหวัดและอำเภอ และข้อ ๕๓ บัญญัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่บริหารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ แสดงให้เห็นว่าเมื่อโจทก์ขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามการเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนันตามมาตรา ๑๔(๑) แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ดังกล่าวแล้ว ก็เป็นอำนาจของจำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะมีคำสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งได้หาใช่มีอำนาจสั่งให้พ้นจากตำแหน่งเฉพาะแต่กรณี ตามมาตรา ๑๔(๗) เท่านั้นไม่กรณีจึงไม่จำต้องใช้สิทธิทางศาลดังโจทก์ฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2518 นายอุไร นวลละออ โจทก์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยนายสุวิทย์ ยิ่งวรพันธ์ กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุไร นวลละออ · ล. - ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยนายสุวิทย์ ยิ่งวรพันธ์ กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท บริรักษ์ · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญญบุรี - นายพิชัย พานิชสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 9174/2551ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา