⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2695/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2695/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่หน่วยงานของรัฐมีหนังสือเรียกให้ผู้ถือโฉนดที่ดินส่งมอบโฉนดที่ดินเพื่อตรวจสอบว่าที่ดินนั้นเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ และให้โอกาสผู้ถือโฉนดคัดค้าน ยังไม่ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ถือโฉนดอันจะทำให้ผู้ถือโฉนดมีสิทธิฟ้องต่อศาลได้

ย่อคำพิพากษา

ทางราชการได้ออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ ต่อมามีผู้คัดค้านว่าที่ดินที่ออกโฉนดให้โจทก์นั้นเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งประชาชนใช้ร่วมกัน กรมที่ดินจึงได้เรียกให้โจกท์ส่งโฉนดที่ดินดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพื่อส่งให้แก่จำเลย และให้โอกาสโจทก์ยื่นคำคัดค้านภายใน 30 วัน โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินดังกล่าวมารดาโจทก์ครอบครองมาและยกกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ ไม่ใช่ที่สาธารณประโยชน์ แต่โจทก์ยังไม่ได้ส่งโฉนดให้จำเลยและจำเลยก็ยังมิได้เพิกถอนโฉนดที่ดินของโจทก์ ดังนี้ โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาสั่งให้จำเลยระงับการเพิกถอนโฉนดของโจทก์ไม่ได้ เพราะยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์อันเป็นเหตุให้โจทก์ใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจาราความแพ่ง มาตรา 55

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 ม.7 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๗๗๖๓ โดยมารดายกให้โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ให้ทำการรังวัดที่ดินนี้เพื่อออกโฉนดให้แก่โจทก์ ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้ว ต่อมาโจทก์ได้รับหนังสือจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ว่า มีผู้คัดค้านการออกโฉนดที่ดินนี้ของโจทก์ อ้างว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งประชาชนใช้ร่วมกัน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่รายงานไปยังกรมที่ดินจำเลย จำเลยได้สั่งให้แจ้งโจทก์นำโฉนดส่งเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อให้จำเลยเพิกถอนโฉนดต่อไป โดยให้โอกาสโจทก์คัดค้านโจทก์ได้ทำหนังสือคัดค้านแล้ว ที่ดินโฉนดที่ ๗๗๖๓ นี้เป็นของโจทก์ ไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ขอให้พิพากษาให้จำเลยระงับการเพิกถอนโฉนดฉบับนี้เสีย จำเลยให้การว่า ทางราชการออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๗๗๖๓ ให้โจทก์โดยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย มารดาโจทก์ไม่เคยครอบครองที่ดินแปลงนี้ เดิมเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าต่อมามีประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยได้มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ให้โจทก์นำโฉนดดังกล่าวไปมอบเพื่อส่งโฉนดให้แก่จำเลยและให้โอกาสโจทก์ยื่นคำคัดค้าน โจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านแล้ว แต่ไม่ยอมส่งมอบโฉนดให้จำเลย จนบัดนี้จำเลยยังไม่ได้เพิกถอนโฉนดของโจทก์ เพราะยังอยู่ในระหว่างพิจารณา โดยที่จำเลยยังมิได้เพิกถอนโฉนดของโจทก์ โจทก์จึงยังไม่มีเหตุขอให้ระงับการเพิกถอนโฉนดดังฟ้อง ขอให้พิพากษายกฟ้อง ก่อนวันนัดสืบพยาน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ ในปัญหาที่ว่า โจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิและมีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์แถลงคัดค้านว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องและแถลงรับว่าจำเลยได้เรียกให้โจทก์ส่งโฉนด แต่ยังมิได้เพิกถอน และโจทก์ยังมิได้ส่งโฉนดให้ ศาลชั้นต้นนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ คำให้การจำเลย และข้อแถลงรับได้ความว่า ทางราชการออกโฉนดเลขที่ ๗๗๖๓ ให้แก่โจทก์ ต่อมามีผู้คัดค้านว่าที่ดินที่ออกโฉนดนี้เป็นที่สาธารณสมบัติแผ่นดิน ซึ่งประชาชนใช้ร่วมกัน โดยทีประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ กำหนดให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจเพิกถอนโฉนดที่ออกให้แก่ผู้ใดโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายเรียกโฉนดที่ดินนั้นมาแก้ไขให้ถูกต้องหรือเพิกถอนเสียได้ จำเลยจึงได้เรียกให้โจทก์ส่งโฉนดดังกล่าวมา และให้โอกาสโจทก์โต้แย้งคัดค้านภายใน ๓๐ วัน โจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินดังกล่าวมารดาโจทก์ครอบครองมาและยกกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ ไม่ใช่ที่สาธารณประโยชน์ แต่โจทก์ยังไม่ได้ส่งโฉนดให้จำเลยและจำเลยก็ยังมิได้เพิกถอนโฉนดที่ดินของโจทก์ ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏว่าจำเลยยังไม่ได้เพิกถอนโฉนดที่ดินของโจทก์ เพียงแต่โจทก์และจำเลยได้เกิดกรณีข้อเท็จจริงกันอยู่ว่า ที่ดินออกโฉนดให้แก่โจทก์นั้นเป็นที่สาธารณประโยชน์อันจำเลยมีอำนาจเพิกถอนได้ตามบัญญัติที่กฎหมายให้อำนาจไว้นั้นหรือไม่ ซึ่งจำเลยจะต้องพิจารณาสั่งต่อไป ผลของการพิจารณาจำเลยอาจมีความเห็นไม่เพิกถอนโฉนดของโจทก์ก็ได้ ฉะนั้น การที่โจทก์มีความข้องใจหรือเป็นห่วงล่วงหน้า ทั้ง ๆ ที่จำเลยยังมิได้สั่งเพิกถอนโฉนดของโจทก์แล้วมาฟ้องศาลขอให้พิจารณาพิพากษาสั่งให้จำเลยระงับการเพิกถอนโฉนดของโจทก์นั้น จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์อันเป็นเหตุให้โจทก์ใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2695/2518 นางบุญยวง บุญชู โจทก์ กรมที่ดิน โดยนายอรรถ วิสูตรโยธาภิบาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญยวง บุญชู · จำเลย - กรมที่ดิน โดยนายอรรถ วิสูตรโยธาภิบาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายปรีชา เกษมสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 1032-1033/2494ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 439/2546ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา