⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 433/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้สิทธิแก่เจ้าของเฉพาะเครื่องหมายการค้าตามที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น และไม่ให้สิทธิแต่ผู้เดียวในการใช้อักษรหรือคำที่ปรากฏในเครื่องหมายการค้านั้นโดยลำพัง.

ย่อคำพิพากษา

เครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้เป็นอักษรโรมัน คำว่าTASTE อยู่เหนือรูปปลา ภายในรูปอาร์ม การจดทะเบียนโจทก์ไม่ถือเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะใช้อักษรโรมันคำว่า TASTE ทั้งรวมหรือแยกกันแต่ลำพังจากรูปปลา อาร์ม ซึ่งการจดทะเบียนได้ระบุไว้ด้วยว่าไม่ให้สิทธิแก่ผู้ขอจดทะเบียนแต่ผู้เดียวที่จะใช้อักษรโรมันคำว่า TASTE ทั้งรวมหรือแยกกันตามลำพังจากรูปปลา อาร์ม ฉะนั้นโจทก์จึงมีสิทธิเฉพาะเครื่องหมายการค้าตามที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น กล่าวคือ ต้องเป็นอักษรโรมันคำว่า TASTE อยู่เหนือรูปปลาภายในรูปอาร์ม เครื่องหมายการค้าที่มีแต่เพียงอักษรโรมันอย่างเดียวใช้คำว่า TASTE หรือการใช้อักษรไทยคำว่า เทสท์ จึงไม่เป็นของโจทก์ที่จะมีสิทธิแต่ผู้เดียวตามความหมายของมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 โจทก์จึงนำคดีสู่ศาลเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นไม่ได้ ตามมาตรา 29 ความตอนท้ายของมาตรา 19 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2504 มาตรา 6 วรรคแรกที่ว่าคำแสดงปฏิเสธอันลงไว้ในทะเบียนนั้นไม่กระทบสิทธิแห่งเจ้าของโดยประการอันมิได้เป็นปัญหา เนื่องแต่การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของให้คำแสดงปฏิเสธนั้น หมายถึงสิทธิประการอื่นเช่นสิทธิฟ้องร้องคดีซึ่งจำเลยเอาสินค้าของจำเลยไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของโจทก์ ดังมีบัญญัติไว้ในมาตรา 29 วรรคสองเป็นต้น แต่โจทก์มิได้ฟ้องโดยอาศัยสิทธิประการอื่น เครื่องหมายการค้าโจทก์ใช้ตัวเอนว่า "TASTE" และยังมีอักษรตัวตรงในบรรทัดล่างว่า "Modern from U.S.A." ส่วนเครื่องหมายการค้าจำเลยแม้จะเป็นอักษรโรมันคำว่า TASTE แต่ก็เป็นอักษรตัวตรงและบรรทัดต่อไปใช้อักษรไทยตัวใหญ่กว่าว่า "เทสท์" โดยมีอักษรไทยบรรทัดถัดไปอีกว่า "23 บางลำภู" อันเป็นการแตกต่างกันเห็นได้ชัดแม้แต่ชื่อร้านของจำเลยก็ใช้เป็นภาษาไทยว่า เทสท์ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำละเมิดต่อสิทธิของโจทก์แต่ประการใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.29

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๘ โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า TASTE (เทสท์) และรูปปลา ภายในกรอบรูปอาร์มต่อกรมทะเบียนการค้าสำหรับใช้กับสินค้าจำพวก ๓๘ คือ เสื้อเชิ้ต เสื้อฮาวาย ฯลฯ โจทก์ได้ใช้ชื่อ TASTE แต่เพียงอย่างเดียวโดยทำแผ่นผ้าเป็นชื่อ TASTE เย็บติดกับสินค้าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ เอาชื่อหรือข้อความคำว่า TASTE (เทสท์) ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าที่โจทก์จดทะเบียนไว้และมอบให้บริษัทราชธานี (เมโทร) จำกัด ไปใช้เป็นชื่อร้านเป็นภาษาไทยว่า เทสท์ และเอาคำว่า TASTE (อักษรโรมัน) ไปใช้เป็นชื่อเสื้อเชิ้ตและเสื้อฮาวายที่จำเลยผลิตจำหน่าย ขอห้ามมิให้จำเลยใช้ชื่อ TASTE (เทสท์) และให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่าโจทก์ได้ทำคำร้องขอให้จดคำแสดงปฏิเสธในการจดทะเบียนโดยมีข้อความว่า การจดทะเบียนรายนี้ไม่ถือเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะใช้อักษรโรมันคำว่า TASTE (เทสท์) ทั้งรวมกันหรือแยกกันตามลำพังจากรูปปลา อาร์ม ดังนั้นบุคคลทั่วไปรวมทั้งจำเลยจึงมีสิทธิจะนำคำว่า TASTE (เทสท์) ไปใช้ได้ ฯลฯ วันชี้สองสถาน โจทก์แถลงรับว่า ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโจทก์ได้ระบุไว้ในคำร้องขอจดทะเบียนว่า โจทก์ไม่ถือว่าเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะใช้อักษรโรมันคำว่าเทสท์รวมกันหรือแยกกันจากรูปปลา อาร์ม ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ให้งดสืบพยาน พิพากษาว่าตามทะเบียนโจทก์ไม่มีสิทธิจะใช้ชื่อคำว่า TASTE แต่ผู้เดียวในสินค้าของโจทก์ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อหาของโจทก์คือ จำเลยได้ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้ แต่เครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้เป็นอักษรโรมันคำว่า TASTE อยู่เหนือรูปปลา ภายในรูปอาร์ม การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์นี้ โจทก์ไม่ถือเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะใช้อักษรโรมันคำว่า TASTE ทั้งรวมหรือแยกกันแต่ลำพังจากรูปปลา อาร์ม ซึ่งการจดทะเบียนได้ระบุไว้ด้วยว่าไม่ให้สิทธิแก่ผู้ขอจดทะเบียนแต่ผู้เดียวที่จะใช้อักษรโรมันคำว่า TASTE ทั้งรวมหรือแยกกันตามลำพังจากรูปปลาอาร์ม ตามภาพถ่ายหนังสือคู่มือรับจดทะเบียนท้ายฟ้อง ฉะนั้นโจทก์จึงมีสิทธิเฉพาะเครื่องหมายการค้าตามที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น กล่าวคือต้องเป็นอักษรโรมันคำว่า TASTE อยู่เหนือรูปปลา ภายในรูปอาร์มเครื่องหมายการค้าที่มีแต่เพียงอักษรโรมันอย่างเดียวใช้คำว่า TASTE หรือการใช้อักษรไทยคำว่า เทสท์ จึงไม่เป็นของโจทก์ที่จะมีสิทธิแต่ผู้เดียวตามความหมายของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๔๗๔ โจทก์จึงนำคดีสู่ศาลเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นไม่ได้ ตามมาตรา ๒๙ ส่วนบทบัญญัติมาตรา ๑๙ ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๔ วรรคแรก ซึ่งมีความว่า "ถ้าในเครื่องหมายการค้ามีสิ่งใดที่ใช้กกันสามัญในการค้าขายหรือมีลักษณะไม่บ่งเฉพาะว่าเป็นของสินค้านั้น ก่อนที่นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนหรือไม่ นายทะเบียนจะสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวที่จะใช้ส่วนหนึ่งหรือหลายส่วน แห่งเครื่องหมายนั้นหรือทั้งหมดหรือบางภาคแห่งสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายที่นายทะเบียนเห็นว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ควรเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว หรือจะสั่งให้แสดงปฏิเสธอย่างอื่นตามที่เห็นว่าต้องแสดง เพื่อกำหนดเขตแห่งสิทธิของเจ้าของในการจดทะเบียนนั้นก็ได้ แต่คำแสดงปฏิเสธอันลงไว้ในทะเบียนนั้นไม่กระทบสิทธิแห่งเจ้าของโดยประการอันมิได้เป็นปัญหาเนื่องแต่การจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของให้คำแสดงปฏิเสธนั้น" ความตอนท้ายของบทบัญญัตินี้หมายถึงสิทธิประการอื่น เช่น สิทธิฟ้องร้องคดีซึ่งจำเลยเอาสินค้าของจำเลยไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของโจทก์ ดังมีบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙ วรรคสอง เป็นต้น โจทก์มิได้ฟ้องโดยอาศัยสิทธิประการอื่น หากแต่กล่าวหาว่าจำเลยละเมิดต่อสิทธิในเครื่องหมายการค้าซึ่งโจทก์จดทะเบียนไว้แล้วเท่านั้น อย่างไรก็ดี เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ใช้ที่ปรากฏตามรูปถ่ายท้ายฟ้องเป็นอักษรโรมันใช้ตัวเอนว่า "TASTE" และยังมีอักษรตัวตรงในบรรทัดล่างว่า "Modern from U.S.A" ส่วนเครื่องหมายการค้าที่จำเลยใช้ปรากฏตามรูปถ่ายท้ายฟ้อง แม้จะเป็นอักษรโรมันคำว่า TASTE แต่ก็เป็นอักษรตัวตรง และบรรทัดต่อไปใช้อักษรไทยตัวใหญ่กว่าว่า "เทสท์" โดยมีอักษรไทยบรรทัดถัดไปอีกว่า "๒๓ บางลำภู" อันเป็นการแตกต่างกันเห็นได้ชัดแม้แต่ชื่อร้านของจำเลยก็ใช้เป็นภาษาไทยว่า เทสท์ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำละเมิดต่อสิทธิของโจทก์แต่ประการใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2518 นายบุญชัย หะริณพลสิทธิ์ โจทก์ นายปรีชา วงศ์กวีสกุล ที่ 1 นายศักดา วงศ์กวีสกุล ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญชัย หะริณพลสิทธิ์ · ล. - นายปรีชา วงศ์กวีสกุล ที่ 1 นายศักดา วงศ์กวีสกุล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร · สนิท บริรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา